48. พันธมิตรฯ รำลึก ว่าด้วยพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ (ต่อ) 9/3/53

48. พันธมิตรฯ รำลึก ว่าด้วยพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ (ต่อ) 9/3/53

48. พันธมิตรฯ รำลึก ว่าด้วยพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ (ต่อ)


พี่น้องทั้งหลาย เมื่อพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ของพวกเราได้เข้ามาบริหารประเทศ พวกเราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงให้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน การที่พี่น้องทั้งหลายให้ความไว้วางใจ ให้ความศรัทธาเลือกพรรคของพวกเราให้เข้ารัฐสภาได้เป็นจำนวนมากเท่าใด ก็ยิ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า พี่น้องทั้งหลายได้ตัดสินใจแล้วที่จะทิ้ง “อดีต” ที่เป็นการเมืองเก่า การเมืองสามานย์ และการเมืองโสมม โดยหันกลับมาเลือก “อนาคต” ที่เป็นการเมืองใหม่ การเมืองก้าวหน้า และการเมืองชั้นสูงอย่างเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นแทน

“การเมืองใหม่” ที่เป็นก้าวแรกแห่งการเปลี่ยนแปลงเมื่อพรรคของพวกเราได้เข้ามาบริหารประเทศ คือ การเมืองที่เชื่อมโยงผลประโยชน์ของภาคประชาชนเข้ากับการทำงานของรัฐบาลอย่างแนบแน่น อย่างแท้จริง อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน วันแรกแห่งการทำงานของพรรคเราในการเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องเป็นวันแรกแห่งการเปิดฉาก การปฏิรูปจริยธรรมทางการเมือง ของนักการเมืองไทยครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อทำให้ตึกไทยคู่ฟ้าและรัฐสภาเป็นของคนไทยทั้งประเทศอย่างแท้จริงเสียที

เมื่อพรรคของพวกเราเปลี่ยนแปลงวงการเมืองไทยด้วย “การเมืองใหม่” ได้ พวกเราก็ย่อมสามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมของประเทศได้ กลุ่มปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูชุมชนให้เข้มแข็ง การปฏิรูปการศึกษา และการกอบกู้พลังทางศีลธรรมกลับคืนมา สิ่งเหล่านี้เมื่อพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ของพวกเราได้เข้ามาบริหารประเทศ พวกเราจะเร่งรีบแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ไปพร้อมๆ กันอย่างเป็นองค์รวม และอย่างบูรณาการ โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในระยะสั้น และความยั่งยืนในระยะยาวควบคู่กันไปด้วย

เมื่อพรรคของพวกเราได้เข้ามาบริหารประเทศ พรรคของพวกเราย่อมตระหนักดีว่า การปลดแอกทางความคิด และการปลูกฝังสร้างองค์ความรู้ สร้างทัศนคติ ค่านิยมแห่งความดี ความจริง ความงามอย่างบูรณาการให้แก่ผู้คนในสังคม เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบ้านเมืองนี้ที่กำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤต และตกอยู่ในความเสี่ยงของความล่มสลายทางสถาบัน และจริยธรรม อันที่จริงแล้ว มันควรเป็นภาระหน้าที่ร่วมกันของคนไทยทุกคน ในการกอบกู้และสร้างชาติของเราขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยในครั้งนี้ พรรคของพวกเราขออาสาเป็นผู้นำชักชวนในการกอบกู้ และสร้างชาติครั้งใหม่นี้เอง

เพื่อการนี้ เมื่อพรรคของพวกเราได้เข้ามาบริหารประเทศ พรรคของพวกเราจะให้ความสำคัญเป็นอย่างแรก ในการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ-สังคม-ธรรมชาติ และวัฒนธรรมอย่างเท่าเทียมกัน โดยจะไม่เน้นที่ด้านใดด้านหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา โดยการสร้างสมดุลเหล่านี้จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของทุนความรู้ ทุนปัญญา ทุนสังคม ทุนวัฒนธรรม ทุนธรรมชาติ และทุนของความหลากหลาย เพราะทุนเหล่านี้ เป็นทุนที่สุดของ เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (creative economy) อันเป็นภาคเศรษฐกิจที่พรรคของพวกเราให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจาก เศรษฐกิจพอเพียง และ เศรษฐกิจธรรมชาติ หรือ เศรษฐกิจเขียว อันเป็นเนื้อหาของ ความมั่งคั่งปฏิวัติ (revolutionary wealth) ที่แท้จริง และยั่งยืนในศตวรรษที่ 21 นี้

จุดยืนของพรรคเรานั้นชัดเจนเป็นอย่างยิ่งว่า พรรคของพวกเรามิได้ปฏิเสธทุนนิยม แต่พรรคของพวกเรา เมื่อได้เข้ามาบริหารประเทศจะมุ่ง สร้างทุนนิยมเพื่อสังคม เป็นสำคัญ มิใช่ทุนนิยมสามานย์ ซึ่งเป็นทุนนิยมเพื่อนักการเมืองหรือทุนนิยมเพื่ออำมาตย์เหมือนอย่างในอดีต พรรคของพวกเราจึงสนับสนุน นโยบายสวัสดิการก้าวหน้า ซึ่งต่างไปจาก นโยบายประชานิยม ที่ผ่านมา เพราะพรรคของพวกเรามองเห็นว่า นโยบายประชานิยมเช่นนี้ เป็นแค่กลวิธีในการผูกจิตใจของคนชนบท หรือคนระดับรากหญ้าให้ขึ้นต่อ ระบบอุปถัมภ์เชิงนโยบาย ของพวกนักการเมืองเก่าเท่านั้น มิหนำซ้ำยังเป็นการผลักดันให้ชาวบ้านเข้าสู่วงจรทุนนิยมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง และความซับซ้อน ทำให้ประชาชนยึดติดกับอำนาจบริโภคนิยมจนโงหัวไม่ขึ้น อันเป็นที่มาของปัญหาสังคมต่างๆ นานา

นโยบายสวัสดิการก้าวหน้าที่ถูกต้องของพรรคเรานั้น จะมุ่งไปที่การยกระดับความรู้ของประชาชน จนสามารถคิดเป็นหรือจนสามารถคิดแบบทบทวนตัวเองให้เข้าใจข้อจำกัดของตนเอง และของสังคมได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน รวมทั้งสามารถค้นพบศักยภาพภายในที่แฝงเร้นอยู่ในตัวของแต่ละคนได้

พรรคของพวกเรามีความมุ่งมั่นที่จะสถาปนา “วัฒนธรรมใหม่” ซึ่งพัฒนามาจาก วัฒนธรรมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็น วัฒนธรรมแห่งภราดรภาพ และ วัฒนธรรมแห่งความไว้วางใจซึ่งกันและกัน อันเป็นวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง และมีประสิทธิผลมาก พรรคของพวกเรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริม “วัฒนธรรมใหม่” นี้ให้กว้างขวางออกไปในทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร และทุกชุมชนต่างๆ โดยผนวก พลังแห่งวัฒนธรรมใหม่ หรือ พลังของวัฒนธรรมแห่งความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และ พลังของวัฒนธรรมแห่งภราดรภาพ นี้เข้ากับ พลังของวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง อันเป็น “วิถี” ของชาวตะวันตกที่น่าภาคภูมิใจมาตั้งแต่โบราณกาล

จะเห็นได้ว่า พรรคของพวกเราเมื่อได้เข้ามาบริหารประเทศ จะให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับ พลังของวัฒนธรรม เพราะนี่คือพลังที่ทรงฤทธิ์ และทรงพลานุภาพมากที่สุดพลังหนึ่ง ที่จะทำให้พวกเราสามารถบรรลุเป้าหมายด้วยแผนงาน และแผนปฏิบัติการที่พวกเรามีความเชื่อมั่น และจะปฏิบัติตามอย่างจริงจังอย่างมุ่งมั่นถึงที่สุด โดย “วัฒนธรรมใหม่” นี้ พรรคของพวกเราจะสถาปนา สายธารคุณภาพแห่งเลิศมนุษย์ ขึ้นมาในประเทศนี้ เพื่อดึงดูดบุคคลที่มีคุณธรรม มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ มีความซื่อสัตย์ มีความกล้าหาญ มีความเสียสละทั่วทั้งแผ่นดินเข้ามาร่วมงานกับพรรคของพวกเราในการร่วมกันทุ่มเทสร้างชาติใหม่ของพวกเราขึ้นมาอีกครั้งให้จงได้

แกนกลางแห่ง วิถีพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ของพวกเราคือ การพัฒนาศักยภาพของผู้คนทั้งหลายในแผ่นดินนี้ ให้กลายเป็น เลิศมนุษย์ ผู้สามารถ ผู้ทุ่มเท ผู้มีคุณธรรม ผู้ยินดีเรียนรู้ และยินดีในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องไปตลอดชั่วชีวิต นี่คือ คำมั่นสัญญาแห่งพรรคการเมืองใหม่ ของพวกเรา เมื่อพรรคของพวกเราได้เข้ามาบริหารประเทศ พวกเราจะทำทุกวิถีทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ กระบวนการพัฒนาเลิศมนุษย์ นี้ให้สามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ ทุกภาคส่วน และทุกมิติให้จงได้

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 20 เคยให้นิยามของคำว่า วิกลจริต เอาไว้ว่า คือ การทำในแบบเดิมๆ แต่หวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปจากเดิม พรรคของพวกเราเห็นด้วยกับนิยามนี้ของไอน์สไตน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อใช้นิยามนี้ไปมอง “การเมืองไทยที่ผ่านมา” ก็จะแลเห็นถึง ความวิกลจริตของการเมืองไทยที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเมืองเก่า ได้เป็นอย่างดีว่า

พวกนักการเมืองเก่าเหล่านั้นล้วนเล่นการเมืองในแบบเดิมๆ แต่กลับพูดจาโกหกพกลม หลอกลวงชาวบ้าน ต้มตุ๋นผู้คนทั้งประเทศอย่างไม่ละอายใจว่า พวกเขาสามารถให้ความหวังใหม่แก่ประชาชนได้ พวกเราจะไม่ยอมรับ ความวิกลจริตของการเมืองสามานย์แบบนี้อีกต่อไปแล้ว

มันเป็นความจริงอันน่าเศร้าตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ ที่ประเทศของเราขาดผู้นำของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ราวกับเป็นการปฏิบัติธรรมของผู้ประพฤติธรรม แต่บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศของเรา จะมีผู้นำประเทศที่มาจากพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ของพวกเรา ซึ่งใช้ “ธรรมนำหน้า” ด้วยจิตสำนึกอันยิ่งใหญ่ที่ตระหนักรู้ว่า ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้นำประเทศคือ การคุ้มครองประเทศให้ปลอดภัย มั่นคงในทุกด้านๆ และนำความอยู่ดีมีสุข มีความหวังในชีวิตกลับคืนให้แก่ผู้คนในประเทศนี้

เพื่อการนี้ พรรคของพวกเรามีนโยบายที่จะทำให้ชนชั้นกลางไทยเข้มแข็ง และกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ การทำให้ชนชั้นกลางไทยเข้มแข็งขึ้น และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นการช่วยคนไทยทั้งประเทศที่พรรคของพวกเราเห็นว่าเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นการทำให้ผู้คนทั้งธุรกิจต่างๆ และครอบครัวส่วนใหญ่มีความมั่นคงมากขึ้น

นี่ก็เป็น อีกหนึ่งคำมั่นสัญญาของพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ของพวกเรา ที่จะช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อน ส่งเสริมสนับสนุนชนชั้นกลางให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ช่วยให้ความฝันต่างๆ ของคนไทยกลายเป็นความจริงขึ้นมา โดยที่พรรคของพวกเราจะร่วมกับพ่อแม่พี่น้องทั้งแผ่นดิน แบ่งปันทั้งความสุขและความทุกข์ร่วมกันในการฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง

เมื่อพรรคของพวกเราได้เข้ามาบริหารประเทศ พรรคของพวกเราย่อมมีแผนงานที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงานเพิ่มค่าจ้าง เพิ่มรายได้ และเพิ่มศักยภาพในการทำงานของผู้คน เหตุที่พรรคของพวกเรามีความมั่นใจเป็นอย่างมากเช่นนี้ ก็เพราะว่า พรรคของพวกเราเป็นพรรคที่ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง มีวิสัยทัศน์ เสียสละ กล้าหาญ และทำงานเป็น อันเป็นจุดแข็งของพรรคเรานั่นเอง

จุดแข็งเหล่านี้ของพรรคเรา ย่อมทำให้พรรคของพวกเราสามารถใช้งบประมาณแผ่นดินได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีพรรคการเมืองใดในอดีตสามารถทำได้ เพราะ พรรคการเมืองในอดีตเหล่านั้น ล้วนติดอยู่ในกับดักทางความคิดของตนเองที่ถูกครอบงำ โดยความวิกลจริตของการเมืองไทยที่ผ่านมา ทั้งอย่างเต็มใจและไม่เต็มใจ จึงกลายเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศนี้ มากกว่าที่จะเป็นพลังผลักดันความเจริญรุ่งเรืองสถาพรของบ้านเมืองนี้

พี่น้องทั้งหลาย การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงนั้น ไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยน้ำมือของพรรคเราเพียงลำพัง ถ้าพี่น้องไม่กระโดดเข้ามาช่วย และร่วมมือกับพรรคของพวกเราคนละไม้คนละมือ จะทำให้พวกเราล้มเหลวได้ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย โอกาสแห่งประวัติศาสตร์ ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

พี่น้องทั้งหลาย จงเชื่อมั่นร่วมกับพวกเราเถิดว่า ความคิดนั้นมีพลัง ศรัทธานั้นทรงพลังยิ่ง จินตนาการรวมหมู่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้ ต่อให้พี่น้องทั้งหลายอยู่กันคนละภาค คนละวัย คนละสถานะทางสังคม คนละศาสนา คนละความเชื่อ คนละความคิด แต่ พวกเราทั้งหมด ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันในระดับโครงสร้างเชิงลึก มิหนำซ้ำพวกเราทั้งหมดยังรักประเทศนี้เหมือนกันอีกด้วย

ถึงเวลาแล้วที่คนรักประเทศนี้ทั้งหลาย จะต้องมาร่วมมือร่วมใจกัน โดยร่วมมือกับพรรคของพวกเราเปลี่ยนแปลงประเทศนี้อย่างแท้จริงให้จงได้

พวกเราย่อมทำได้อย่างแน่นอน!!




 

Powered by MakeWebEasy.com