47. พันธมิตรฯ รำลึก ว่าด้วยพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ (ต่อ) 2/3/53

47. พันธมิตรฯ รำลึก ว่าด้วยพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ (ต่อ) 2/3/53

47. พันธมิตรฯ รำลึก ว่าด้วยพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ (ต่อ)


พี่น้องชาวพันธมิตรฯ ที่รัก การที่พี่น้องจะเข้ามาร่วมงานกับพรรคของพวกเรา หมายความว่า พี่น้องจะมาร่วมกับพวกเราทำ “งานใหญ่” เพื่อบ้านเมืองอีกครั้ง เพื่อการนี้ พวกเราในพรรคทั้งหมดทุกคนจะต้อง “ทำงานเป็น” ให้จงได้ คำว่า “ทำงานเป็น” ซึ่งเป็นหนึ่งในคำขวัญของพรรคของพวกเรานั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่า การทำงานรวดเร็ว อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการตัดสินใจที่รอบคอบเสียอีก เพราะมันยังมีความหมายแฝงซ้อนไว้ด้วยอีกว่า สุดยอดของ “การงานเป็น” คือการทำงานอย่างสอดคล้องกับหลักของจักรวาล (Kosmos) เพื่อแก้ไขปัญหาทุกเรื่องอย่างสร้างสรรค์... เรื่องนี้ต้องขยายความ

การทำงานเป็น หมายถึง การทำงานอย่างมีองค์ความรู้ในสิ่งต่างๆ และเรื่องต่างๆ เพราะ ความรู้ เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสังคมจนแทบกล่าวได้ว่า ไม่มีกิจกรรมใดๆ เลยที่คนเราจะสามารถดำเนินไปได้อย่างสะดวกราบรื่น หากปราศจากความรู้ในสิ่งต่างๆ เรื่องต่างๆ แต่ตัว ความรู้ เอง ก็ยังมีทั้งส่วนที่เป็นแก่น กับส่วนที่เป็นเปลือกกระพี้ ยังมีทั้งส่วนที่เป็นแค่ข้อเท็จจริง กับส่วนที่เป็นวิธีคิด วิธีตีความอันเป็น หลักวิชา แน่นอนว่า ความรู้ส่วนที่เป็น แก่น อันเป็น หลักวิชา นั้น ถือว่าเป็นความรู้ที่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้น คนเราจะทำอะไร จึงต้องทำด้วยหลักวิชา จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้ที่ “ทำงานเป็น” ยกตัวอย่างเช่น

หาก คนของพรรค จะปฏิบัติธรรม ก็ต้องมีความรู้ในเรื่อง หลักธรรม

หาก พรรคของเรา จะเข้ามาบริหารบ้านเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองของเราให้ดีขึ้น ก็ต้องมีความรู้ในเรื่อง หลักเศรษฐกิจ และ หลักบริหาร

หาก พี่น้องชาวพันธมิตรฯ ต้องการจะมีชีวิตที่สมหวัง ก็ต้องมีความรู้ในเรื่อง หลักการใช้ชีวิต

จะเห็นได้ว่า เมื่อพรรคของพวกเราได้เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อสถาปนาประเทศนี้ให้เป็น สังคมแห่งความรู้ หรือ สังคมแห่งปัญญา สิ่งที่พรรคของพวกเรา ควรจะให้ความสำคัญก่อนเป็นอันดับแรกๆ คือ การส่งเสริมให้ประชาชนของเรามีความรู้ที่เป็น หลักวิชา ในด้านต่างๆ ในมิติต่างๆ อย่างเป็นองค์รวม และอย่างบูรณาการ อันเป็น ความรู้ที่ครอบคลุมทุกมิติในการใช้ชีวิตของผู้คนตั้งแต่เกิดจนตาย หรือยิ่งไปกว่านั้นคือ ตั้งแต่เกิดจนบรรลุธรรม โดยจะต้องให้ความรู้ทั้งกับปัจเจกและคนหมู่ใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งมิติภายนอก และมิติภายในของผู้คน โดย ความรู้ที่ว่านี้จะต้องเป็นความรู้ที่ครอบคลุมร่วมกัน (shared knowledge) ของคนหมู่ใหญ่

การทำให้คนส่วนใหญ่โดยเริ่มจากชนชั้นนำ ปัญญาชน สื่อมวลชน และผู้นำในวงการต่างๆ มี ความรู้ร่วมกันในหลักวิชา เหล่านี้ คือ ก้าวแรกของการปฏิวัติการเรียนรู้ (learning revolution) ที่พรรคของพวกเราจะกระทำกับผู้คนในสังคมนี้ เพื่อส่งผลสะเทือนในเชิงบวกต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กำลังรุมเร้าประเทศนี้อยู่อย่างได้ผล และอย่างยั่งยืน การที่พรรคของเราจะประสบความสำเร็จสุดยอดของ การทำงานเป็น ด้วยการ “ปฏิวัติการเรียนรู้” ในหมู่ประชาชนได้นั้น ผู้ที่จะนำไปปฏิบัติต้องมีความรู้ ความเข้าใจใน หลักของจักรวาล (Kosmos) อย่างถ่องแท้เสียก่อน เพราะ จักรวาลเป็นทุกสิ่ง และครอบคลุมทุกสิ่งทุกเรื่อง หลักของจักรวาลจึง “ก้าวข้าม และหลอมรวม”

หลักต่างๆ ทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นหลักธรรม หลักสุขภาพ หลักเศรษฐกิจ หลักบริหาร หลักจิตวิทยา หลักการใช้ชีวิต หลักการฝึกฝนพัฒนาตนเองและหมู่คณะ ฯลฯ ซึ่งหลักแต่ละอย่างนี้เป็นแค่การสะท้อน “ส่วนเสี้ยว” ของความจริงของจักรวาลออกมาเท่านั้น

การที่พรรคของเราจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักของจักรวาล เพื่อไปชี้นำบริหารประเทศ ปกครองประชาชนได้ จะว่าไปแล้วก็คือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ความจริงที่หลากหลายของจักรวาล ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ก็เพราะว่า ปัญหาต่างๆ มากมายในสังคมนี้ และในโลกใบนี้ ส่วนใหญ่มีที่มาจากการยึดติดยึดมั่นถือมั่นใน “มุมมอง” ของตนเองเป็นใหญ่อย่างเดียวเท่านั้น ราวกับว่า “ความจริง” จากมุมมองที่ตนเองมองเห็นนั้นเป็น “ความจริง” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็เป็นแค่ ความจริงเฉพาะด้าน ที่มีส่วนถูกต้องอยู่บ้างในบางแง่บางมุม แต่ก็ยังมิใช่ ความจริงเชิงบูรณาการ ที่ประกอบขึ้นมาจาก มุมมองที่แตกต่างและหลากหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น “ความจริง” เหมือนกัน แต่ทุกอันก็ล้วนเป็น “ความจริงเฉพาะด้าน” เช่นเดียวกัน คือมันจะเหมือนกับรู้สึกโดยคนผู้นั้นว่า มันเป็นความจริงอย่างยิ่ง เมื่อมองจากมุมมองนั้นของคนผู้นั้น โดยที่คนผู้นั้นยังมิได้ตระหนักหรือเฉลียวใจเลยว่า แท้ที่จริงแล้ว มันยังมี “ความจริงอย่างอื่น” นอกเหนือไปจาก “ความจริงเฉพาะด้าน” นั้นดำรงอยู่อีกได้

โดยปกติแล้ว “ความจริง” หรือสัจธรรมสามารถปลดเปลื้องคนเราให้เป็นอิสระทางความคิดได้ แม้เพียงเข้าถึง “ความจริง” ได้แค่บางประเภทเท่านั้นก็ตาม เช่น ความจริงทางวิทยาศาสตร์ หรือความจริงทางศิลปะ หรือความจริงทางศาสนธรรม (จิตวิญญาณ) แต่ถ้าพรรคของพวกเรามีความมุ่งมั่นที่จะปลดปล่อยตนเอง และผู้คนทั้งหลายให้เป็นอิสระทางความคิดได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

พรรคของพวกเราก็ควรชี้แนะ นำทางให้ปัญญาผู้คนจนเข้าถึง ความจริงทางวิทยาศาสตร์ ความจริงทางศิลปะ และความจริงทางศาสนธรรมไปพร้อมๆ กัน โดยไม่ละเลยมิติใดมิติหนึ่งแห่งความจริงอันสมบูรณ์ของจักรวาลนั้น เพราะการมีความเข้าใจ และยอมรับใน ความเป็นพหุนิยมแห่งความจริงของจักรวาล ที่แตกต่างและหลากหลายนี้ ถือเป็นก้าวแรกของการมีภูมิปัญญาแบบบูรณาการ และเป็นการเตรียมปรับตัวเองให้เข้ากับตัวจักรวาลด้วย อันจะนำไปสู่การยกระดับจิตใจของผู้นั้น ซึ่งในที่สุดก็จะลุถึงขั้น สามารถปรองดองกับทุกสรรพสิ่งได้

การมีความเข้าใจและยอมรับในความจริงที่หลากหลายของจักรวาล คือ การเปิด “พื้นที่” ให้ความจริงเหล่านี้มันพูดกับเรา ให้มันพูดภายในตัวเรา และให้มันพูดผ่านตัวเราออกไปนั่นเอง เพราะนี่คือการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของ ภูมิปัญญาแบบโพสต์โมเดิร์น ซึ่งพรรคของพวกเราจะต้องนำมาบูรณาการเข้ากับภูมิปัญญาแบบโมเดิร์น และภูมิปัญญาโบราณ เพื่อการชี้นำประเทศและการชี้นำประชาชนที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ก็เพราะว่า นักปราชญ์ นักคิด นักทฤษฎีที่สำคัญของโลก ล้วนสามารถจัดประเภทอยู่ในภาคใดภาคหนึ่ง หรือมิติใดมิติหนึ่งของจักรวาลอันหลากหลายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ภาคความจริงแห่งจิต (มิติภายในของปัจเจก) ภาคความจริงแห่งวัฒนธรรม (มิติภายในของรวมหมู่) ภาคความจริงแห่งพฤติกรรม (มิติภายนอกของปัจเจก) และ ภาคความจริงแห่งระบบ-สถาบัน (มิติภายนอกของรวมหมู่)

ใครก็ตามที่ออกมาแสดงความเห็นของตนในเวทีสาธารณะ ไม่มากก็น้อย ย่อมต้องสะท้อนความจริงของภาคใดภาคหนึ่งของจักรวาลที่บุคคลผู้นั้นได้ฝึกฝนเรียนรู้จนชำนาญเป็นพิเศษกว่าภาคอื่นออกมากันทั้งสิ้น หรือกล่าวในอีกนัยหนึ่งได้ว่า ย่อมต้องสะท้อน “ความจริงเฉพาะด้าน” จากมุมมองของคนผู้นั้นออกมาด้วยกันทั้งสิ้น เราจึงอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีใครมีความเห็นที่ถูกต้องหมดหรือผิดหมดอย่างสิ้นเชิงหรอก ทุกคนต่าง “ถูกต้อง” ทางความเห็นเหมือนกันทั้งนั้น เพียงแต่ถูกต้องไม่หมด...ถูกต้องเพียงบางส่วนเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้เอง พรรคของพวกเราจึงเป็นพรรคการเมืองที่เปิดใจกว้างทางความคิดยิ่งกว่าพรรคการเมืองใดๆ ที่ผ่านมาในอดีต อย่างไม่มีพรรคใดมาเทียบเคียงได้ ทั้งนี้ก็เพราะว่า พรรคของพวกเราไม่เพียงแต่จะใช้สองตาแบบเดียวกับชาวบ้านมอง เพื่อเห็นปัญหาของพวกเขาแล้วดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

พรรคของพวกเรา ไม่เพียงแต่จะใช้สองหูที่เหมือนกับชาวบ้านในการฟังเพื่อให้ได้ยินเสียงของผู้ที่อ่อนแอ ผู้ที่ด้อยสิทธิ ผู้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างจริงจัง ไม่ว่าเสียงเหล่านั้นจะเป็นเสียงที่เบาขนาดไหนก็ตาม พรรคของพวกเราไม่เพียงแต่จะใช้สองขาแบบเดียวกับชาวบ้านยืน เพื่อรับรู้ความรู้สึกเหนื่อยยากลำบากข้นแค้นในการดำรงชีวิตของพวกเขา และจะเดินไปยังทุกๆ ที่ที่มีปัญหาอย่างไม่ลังเล พรรคของพวกเราไม่เพียงแต่จะใช้สองมือเช่นเดียวกับชาวบ้านใช้ ในการลงแรงทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก มุ่งมุมานะฝ่าฟันนำพาประเทศนี้ให้เดินหน้าไปในทิศทางที่ควรจะเป็นเท่านั้น

แต่ยิ่งไปกว่านั้น และเหนือไปกว่านั้น พรรคของพวกเรา จะเปิดใจให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้เพื่อรับฟัง เรียนรู้ “ความจริงที่หลากหลาย” จากมุมมองในแต่ละภาคต่างๆ ของจักรวาลให้มาก เพื่อให้ทัศนะและมุมมองของพรรคเราเข้าใกล้ความจริงของจักรวาลมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในที่สุด จะนำไปสู่ ข้อยุติความขัดแย้งทางความคิดครั้งใหญ่ของสังคมนี้ได้ เพราะทุกฝ่ายต่างก็จะมีทัศนะที่บูรณาการมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนเกิด เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย ขึ้นมาในที่สุด

ความจริงของจักรวาล มิได้ประกอบขึ้นมาจาก ข้อเท็จจริง (facts) เชิงประจักษ์ เหมือนอย่างที่พวกนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันเท่านั้น และความจริงของจักรวาล ก็มิได้ประกอบขึ้นมาจาก การตีความ (interpretation) เท่านั้น เหมือนอย่างที่พวกนักคิดแบบโพสต์โมเดิร์นสุดโต่งเชื่อกัน

แท้ที่จริงแล้ว ความจริงของจักรวาลเป็นทั้งข้อเท็จจริง และการตีความในเวลาเดียวกัน จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ พรรคของพวกเราจึงต้องใช้วิธีการศึกษาความจริงทั้งแบบข้อเท็จจริง และแบบตีความนี้ในการยกระดับจิตสำนึกของตัวเอง และของผู้คนทั้งหลาย เพื่อก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นในกระบวนการแห่งวิวัฒนาการของจักรวาลนี้ให้จงได้

พี่น้องทั้งหลาย เห็นแล้วหรือยังว่า เมื่อทอดตาไปทั่วแผ่นดินนี้แล้ว ไม่มีพรรคการเมืองใด ที่มี ความพร้อมทางความคิด ที่จะเข้ามาชี้นำประเทศ เข้ามาชี้นำประชาชนเพื่อนำพาบ้านเมืองนี้ไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้เหมือนอย่าง พรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ของพวกเรา อีกแล้ว




 

Powered by MakeWebEasy.com