วิพากษ์ประชาวิวัฒน์ ตอนที่ 1 (5/1/54)

วิพากษ์ประชาวิวัฒน์ ตอนที่ 1 (5/1/54)


วิพากษ์ประชาวิวัฒน์ ตอนที่ 1

รศ.ดร.ชวินทร์ ลีนะบรรจง , รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

บทความต่อเนื่อง วิพากษ์ประชาวิวัฒน์ อาศัยการ “วิวัฒน์” ที่อภิสิทธิ์มีอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาว่าท่านนั้นเป็นวิญญูชนที่แท้จริง หรือ เป็นได้แค่วิญญูชนจอมปลอม


พลเมืองเข้มแข็งไม่ว่าสีใดจึงควรพิจารณา


มีผู้กล่าวไว้ว่า ชื่อคนนั้นอาจตั้งผิดได้ แต่ฉายาที่คนคนนั้นได้มาไม่ผิดแน่ เพราะไม่สามารถไปบังคับผู้อื่นให้เรียกให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้ ฉายามาร์คปุกคุ้งกับฉายาวิญญูชนจอมปลอมงักปุกคุ้งก็เช่นกัน


ในยุทธภพนั้นงักปุกคุ้งแม้จะได้ชื่อฉายาว่าเป็นกระบี่วิญญูชนเพราะภาพภายนอกที่เขามีความรู้ความสามารถ รักความยุติธรรม ซื่อสัตย์ เที่ยงตรง อันเป็นคุณสมบัติของผู้ที่มีคุณธรรม แต่กิมย้งก็ให้ภาพของงักปุกคุ้งที่เป็น “คน” ไว้อีกด้านหนึ่งว่าเพราะความต้องการเป็นหนึ่งในยุทธภพจึงยอมประพฤติปฏิบัติในอีกทางหนึ่งจนยอมทำผิดครรลองคลองธรรม เพื่อแย่งคัมภีร์เพื่อเสริมวิทยายุทธ์ของตนให้เหนือกว่าผู้อื่นในยุทธภพโดยไม่สนใจวิธีการที่จะได้มาว่าขัดต่อความเป็นวิญญูชนที่ตนเองมีหรือไม่ ยอมฆ่าลูกศิษย์ ทำร้ายคนในครอบครัว หรือแม้กระทั่งตนเองด้วยการ “ตอน” ก็ยอมกระทำ เพื่ออำนาจในการเป็นเจ้าครองยุทธภพ


เรื่องทำนองนี้แม้ในโลกตะวันตกก็มีเช่นกัน Robert Leroy Johnson นักกีตาร์เพลงบลูส์ผู้มีชีวิตอยู่ในระหว่างปีค.ศ.1911-1938 ก็เป็น Faustian ที่ตำนานกล่าวไว้ว่ายอมสละซึ่งคุณธรรมยอมแม้กระทั่งขายวิญญาณของตนเองให้กับซาตาน เพื่อแลกกับความสามารถด้านดนตรีที่เหนือกว่าผู้อื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จโดยไม่สนใจวิธีการได้มาหรือความถูกต้องแต่อย่างใด


กิมย้งมิใช่ผู้เดียวที่สร้างตัวละครที่เป็น Faustian เช่นงักปุกคุ้ง โกวเล้ง มังกรเก่าในโลกยุทธภพก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่สร้างสรรค์วิญญูชนที่เป็น Faustian เช่น เลี่ยงเซี๊ยเปียะ คุณชายหนุ่มผู้ที่หากพิจารณาจากภายนอกเพียบพร้อมทั้งปัญญา ความสามารถ และคุณธรรม เป็นเสมือนดั่งหยกที่ไร้ตำหนิ






เพราะคนที่ทำงาน “สกปรก” ไม่ว่าจะเป็น คนดูดส้วม นักการภารโรง คนฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์ ไม่ได้หมายความว่าตัวของเขาเหล่านั้นจะ “สกปรก” ไปกับสิ่งปฏิกูลที่เขาทำความสะอาด หรือยอมเป็นคน “บาป” ฆ่าหมู ไก่ วัว ให้กับสังคม การเป็นหมาป่าที่จับลูกแกะกินเป็นอาหารจะ “สกปรก” และ “บาป” กว่าสัตว์อื่นๆ หรือไม่ อย่าคิดแต่เพียงว่าพวกเขาต้องยอมจำนนทำงาน “สกปรก” เนื่องด้วยขาดคุณวุฒิหรือชาติวุฒิ ทำให้ไม่มีทางเลือก


พวกเขาสมควรได้รับการยกย่องเทียบเท่ากับคนอื่นๆ ที่ทำงาน “สะอาด” กว่าในสังคมหรือไม่? ระหว่างงาน “สกปรก” ของพวกเขากับงาน “สะอาด” ที่น่ายกย่องเช่นของ ส.ส.ในสภาที่อภิสิทธิ์จะขึ้นเงินเดือนให้ ท่านว่างานใคร “สะอาด” กว่ากัน?


การคลี่คลายปมวิญญูชนจอมปลอมของโกวเล้ง มิได้อาศัยพฤติกรรมของทั้งเลี่ยงเซี๊ยเปียะและเซียวจับอิดนึ้งแต่เพียงลำพัง หากแต่อาศัยโฉมงามสะคราญหนึ่งในแผ่นดินนามซิมเปียะกุนที่อัญมณีหรือแม้ฝุ่นหอมเครื่องสำอางใดล้วนเป็นสิ่งเกินความจำเป็นสำหรับนาง


ซิมเปียะกุนผู้เป็นคู่หมั้นหมายของเลี่ยงเซี๊ยเปียะที่สมกันราวกับกิ่งทองใบหยกแต่กลับตาลปัตร นางหนีการเป็นเลี่ยงฮูหยิน ไม่ชมชอบ “เทพ” แต่กลับไปชอบ “มาร” เช่น เซียวจับอิดนึ้งที่ใครๆ ก็รุมประณามแทนเลี่ยงเซี๊ยเปียะ เพราะนางได้ตระหนักว่าภาพของคุณชายที่สูงศักดิ์ของเลี่ยงเซี๊ยเปียะสร้างขึ้นมาเป็นเพียงภาพลวงตาที่มีนางเป็นเพียงเครื่องประดับต่อชื่อเสียงของมันเองมากกว่า นางได้กล่าวกับเลี่ยงเซี๊ยเปียะในตอนหนึ่งว่า. . .


“อาจบางทีเขา(เซียวจับอิดนึ้ง)สู้ท่านไม่ได้ ไม่ว่าที่ใดล้วนสู้ท่านไม่ได้ แต่เขาสามารถเสียสละทุกสิ่งเพื่อข้าพเจ้า ถึงกับไม่เสียดายกับการตายเพื่อข้าพเจ้า ท่านกระทำได้หรือ?”


วิญญูชนเช่นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องยอมรับจากสาธารณชนตั้งแต่เริ่มแรกตั้งรัฐบาลเมื่อปลายปี พ.ศ. 2551 ก็เพราะศรัทธาที่สังคมไทยมีต่อเขาตั้งแต่เขาเป็นผู้แทนสมัยแรกที่แม้แต่โปสเตอร์หาเสียงก็มีข่าวเล่าลือว่ามีแม่ยกแย่งกันเก็บเอาไปครอบครอง เมื่อเป็นผู้แทนก็เป็นผู้แทนที่มีภาพลักษณ์เป็นนักเรียนนอกผู้ดีอังกฤษ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ซื่อตรง ตรงกับบุรุษในฝันของนิยายหรือละครไทยโดยไม่ต้องเสริมเติมแต่งแต่อย่างใด ครั้นเมื่อนำฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ได้สมบทบาท อภิสิทธิ์เมื่อก่อนได้รับตำแหน่งนายกฯ จึงเป็นนักการเมืองผู้ที่สะสมทุนทางสังคมเอาไว้อย่างมากมายเมื่อเปรียบเทียบกับนักการเมืองที่เป็นฝ่าย “มาร” ฝ่ายตรงกันข้ามกับเขา


แต่อย่าลืมความจริงที่ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ก่อกำเนิดขึ้นมาในสภาวการณ์ที่ “พิเศษ” เป็นอย่างยิ่งเพราะหากไม่มีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 ต่อรัฐบาลหุ่นเชิดของทักษิณทั้งสมัครและสมชาย ท่านทั้งหลายจะคิดหรือไม่ว่าอภิสิทธิ์จะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ทำให้พรรคร่วมและส.ส.บางส่วนของพรรคเพื่อไทยที่เคยสนับสนุนรัฐบาลหุ่นเชิดของทักษิณกลับมาสนับสนุนประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านในขณะนั้นได้โดยลำพัง


ท่านอาจจะคิดแบบสุเทพผู้ดำทั้งตัวและใจก็ได้ว่าเพราะมือ ส.ส.ในสภาฯ ต่างหากที่สนับสนุน มิใช่พลังจากมือและมือตบของพันธมิตรฯ แต่ประการใดที่ทำให้เกิดรัฐบาลอภิสิทธิ์ขึ้นมา “เป็นเพราะเขา เราจึงได้เป็นรัฐบาล”


แต่คนที่ไม่ซื่อสัตย์ และไม่สำนึกถึงบุญคุณ จะหาความเจริญเป็นวิญญูชนนั้นยากยิ่ง ทำไมพรรคร่วมรัฐบาลเดิมที่ผ่านการจัดตั้งรัฐบาลมา 2 รอบแล้วสุเทพก็ยังทำไม่ได้ ทำไมครั้งนี้จึงทำได้?


สาเหตุมิใช่ไปจัดตั้งรัฐบาลที่ในค่ายทหารแต่เพียงอย่างเดียวดอก จะตั้งรัฐบาลที่ใดก็ไม่แปลก ที่แปลกก็คือรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ 2 พี่น้องที่เป็นนายพลมาด้วยต่างหาก


คนพี่เป็นนายพลนอกราชการธรรมดาๆ คนหนึ่งไม่ได้มีอะไรที่เป็นความสามารถที่โดดเด่นเป็นประจักษ์ ส่วนคนน้องเป็นนายพลในราชการที่ต้องถูกโยกย้ายไปอยู่ที่สำนักนายกฯ ก็เพราะข้อหาทุจริตที่น่าอัปยศอดสู


หากมิใช่กระแสสังคมจากงาน “สกปรก” และ เป็นงาน “บาป” ในสายตาของผู้ที่กระทำตัวเป็น “เทพ” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมในหลายๆ ที่รวมถึงหน้าสนามบินที่พันธมิตรฯ เสียสละเพื่อบ้านเมือง ท่านคิดว่าอภิสิทธิ์และสุเทพจะสามารถเปลี่ยนขั้วและจัดตั้งรัฐบาลโดยลำพังปราศจากการอาศัยงาน “สกปรก” และเป็นงาน “บาป” ที่พันธมิตรฯ ได้เสียสละทำไว้ให้สังคมได้จริงหรือ?


ถ้าบอกว่า พรรคร่วมฝ่าย “มาร” เหล่านั้นมีดวงตาเห็นธรรมเปลี่ยนใจมาเลือกอภิสิทธิ์ แล้วนายพล 2 พี่น้อง ทำไมคนหนึ่งจึงได้ดีเป็นถึงเสนาบดีและอีกคนหนึ่งจึงได้กลับมารับราชการในตำแหน่งเดิม ทั้งๆที่ยังไม่มีการแก้ข้อกล่าวหาให้สำเร็จลุล่วงไปให้เห็นเป็นประจักษ์แต่อย่างใด ทั้ง 2 คนเป็นประมุขหัวหน้าพรรคใด มีมือที่เป็น ส.ส.สนับสนุนเท่าใดหรือ? อภิสิทธิ์และสุเทพท่านเอาอะไรไปแลกจึงได้เป็นรัฐบาล? คุณธรรมความดีที่ท่านสั่งสมเอาไว้ใช่หรือไม่


ช่างแปลกแต่จริง! คนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวิญญูชนกลับขายคุณธรรมความดีอันเป็นคุณสมบัติของวิญญูชนเพื่อแลกกับอำนาจ แต่คนเช่นพันธมิตรฯ ที่ถูกตราหน้าว่าไร้ซึ่งคุณธรรมเหมือนคนเสื้อแดงดำที่เผาบ้านเผาเมืองฯ กลับรักษาไม่ยอมขายคุณธรรมความดี


พลเมืองเข้มแข็ง ท่านคิดว่าใครคล้ายกับวิญญูชนจอมปลอมเลี่ยงเซี๊ยเปียะ ใครที่เป็นผู้เสียสละยอมเป็นขุนโจรเซียวจับอิดนึ้ง เป็นเยี่ยงหมาป่า ยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องสิ่งที่ตนรัก และสุดท้าย ใครคือซิมเปียะกุนโฉมสะคราญหนึ่งในแผ่นดินที่พันธมิตรฯ ยอมเสียสละ


คำตอบอาจจะอยู่ที่เพลง หรั่ง ร็อคเครสตร้า เคยร้องเอาไว้ “รักเธอประเทศไทย”






 

Powered by MakeWebEasy.com