47. เซนในความเคลื่อนไหว-ไท้เก๊ก-ต้นศตวรรษที่ 21

47. เซนในความเคลื่อนไหว-ไท้เก๊ก-ต้นศตวรรษที่ 21



เซนในความเคลื่อนไหว-ไท้เก๊ก-ต้นศตวรรษที่ 21

 
กรุงเทพฯประเทศไทย


สวนเล็กๆข้างบ้านของผมที่ผมได้บุกเบิกทำเป็นลานฝึกวิชาฝีมือและสมาธิของตัวเองผมมักใช้ช่วงเวลาของทุกเช้ามาฝึกไท้เก๊กและวิชาลมปราณ (ชี่กง) ที่นี่ก่อนออกไปทำงานถ้าเป็นช่วงสุดสัปดาห์ผมก็มักใช้เวลาอยู่ที่นั่นเกือบตลอดวัน


อากาศยามเช้าที่กำลังเย็นสบายสดชื่นท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้บ่อน้ำกลิ่นดินไอน้ำค้างและเสียงนกขับขานใบไม้ที่ร่วงหล่นบนพื้นสายลมที่พัดโชยมาอ่อน


เพียงแค่ตัวผมยืนอยู่ที่นั้นสูดลมหายใจลึกๆเข้าไปอย่างช้าๆนิ่มนวลเนิบนาบตัวผมก็สามารถเข้าสู่ความนิ่งปลอดโปร่งและกลมกลืนกับธรรมชาติที่นั่นได้อย่างไม่ยากเย็นผมรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนั้นไม่ต่างกับที่ต้นมะขามต้นโพธิ์ต้นกล้วยต้นพุทธรักษาก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่นั้นไม่ต่างกับที่ฝูงนกฝูงปลาฝูงผีเสื้อฝูงมดก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่นั้นในช่วงสามปีมานี้ผมอยู่ที่นั่นบ่อยและนานมากตามลำพังจนที่นั่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมและตัวผมขณะที่ชีวิตผมและตัวผมก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น


จนเมื่อตัวผมตระหนักถึงความว่างความไม่มีอะไรที่ปราศจากการปรุงแต่งเจือปนใดๆมีสติจดจ่ออยู่กับลมหายใจและบริเวณตันเถียนล่างแล้วผมจึงค่อยๆแยกขาออกในระยะห่างเสมอไหล่งอเข่าเล็กน้อยลำตัวตั้งตรงศีรษะตั้งตรงลิ้นแตะเพดานฟันบนผ่อนคลายร่างกายตลอดทั้งร่าง


เมื่อท่าร่างถูกต้องตามที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์โดยตรงแล้วพอผมสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆอีกกระแสพลังดุจกระแสไฟฟ้าอ่อนๆก็ไหลเวียนทั่วร่างกายของผมจนเป็นที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนผมค่อยๆยกสองแขนของผมขึ้นช้าๆกระแสปราณพุ่งผ่านกระดูกสันหลังของผมผ่านหัวไหล่ทั้งสองข้างไปสู่ปลายนิ้วมือพร้อมกับให้ความรู้สึกที่ยิบๆซ่านๆตรงบริเวณมือทั้งสอง


ตอนนี้นิ้วมือของผมเอิบอาบอิ่มไปด้วยเลือดลมตอนนี้ทั้งเลือดลมหายใจและสติจิตของผมคละเคล้าหลอมรวมเป็นกระแสพลังขุมหนึ่งที่ค่อยๆไหลเวียนออกจากขุมพลังอันลี้ลับที่ดำรงอยู่ในร่างกายของมนุษย์ทุกคนรวมทั้งของตัวผมอย่างไม่ขาดสาย


เมื่อแขนทั้งสองข้างของผมที่ถูกชักนำด้วยจิตและลมปราณจนยกขึ้นสูงเสมอไหล่แล้วผมค่อยๆลดแขนต่ำลงช้าๆพร้อมกับระลายลมหายใจออกงอเข่าย่อร่างลงตามการไหลกลับคืนของกระแสปราณที่ย้อนกลับมาจมดิ่งสู่จุดตันเถียนล่างอีกครั้งในตอนนี้ผมรู้สึกได้แม้กระทั่งกระแสปราณที่ไหลลงไปที่กลางฝ่าเท้าทั้งสองข้างของผม


ในกระบวนท่าแรกของมวยไท้เก๊กที่ผมเริ่มร่ายรำออกมานั้นผมได้สำแดงความเป็นหยิน-หยางออกมาในการเคลื่อนไหวของผมไม่ว่าจะเป็นการยกขึ้น-ยกลงการขยายออก-การย้อนกลับ


เซนเป็นผลผลิตของการจับคู่กันระหว่างพุทธกับเต๋าและมวยไท้เก๊กก็เป็นทั้งเซนและเต๋าในขณะเดียวกันเต๋ากับเซนเป็นหัวข้อในการถกเถียงคาดเดาทางปรัชญามาโดยตลอดว่ามันอยู่ที่ไหนโชว์ให้เห็นได้หรือไม่จะสามารถสัมผัสมันที่นี่และเดี๋ยวนี้ได้หรือไม่จะรู้สึกถึงมันได้โดยไม่มีข้อกังขาได้อย่างไรจะเข้าใจมันได้อย่างไร ฯลฯ


แต่สำหรับตัวผมในขณะนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องมาถกเถียงโต้ตอบทางปรัชญาใดๆเกี่ยวกับเต๋าและเซนอีกต่อไปแล้วเพราะผมกำลังใช้การฝึกฝนและการกระทำเพื่อเปิดเผยเต๋าและเซนในตัวเองออกมาโดยผ่านการร่ายรำไท้เก๊ก...มีแต่ผู้ที่ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเท่านั้นจึงจะสามารถลิ้มรสความน่าอัศจรรย์และสุดแสนพิสดารพันลึกของมันได้


การเคลื่อนไหวที่ช้าๆเมื่อผนวกกับลมหายใจที่ลึกๆอย่างเป็นธรรมชาติหากผู้ฝึกกระทำด้วยการจัดโครงสร้างกระดูกทั่วร่างได้อย่างถูกต้องตามหลักที่ได้บัญญัติไว้โดยปรมาจารย์เต๋าแล้วมันจะไปเปิดจุดทวารและเส้นชีพจรทั่วร่างกายของคนผู้นั้นให้กว้างขึ้นทำให้กระแสพลังในร่างกายของคนผู้นั้นสามารถไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้โดยไม่ติดขัดนี่คือเคล็ดลับที่ทำให้อายุยืนและสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรฃภัยไข้เจ็บของมวยไท้เก๊กซึ่งเป็นเซนในความเคลื่อนไหวและเป็นเต๋าในเซน


ผมเพียงใช้สติจิตปราณและเลือดลมที่รวมเข้ากันดีแล้วผลักดันให้เริ่มการเคลื่อนไหวในตอนแรกที่เริ่มร่ายรำเท่านั้นกระบวนท่าที่เหลือผมปล่อยให้กระแสปราณภายในร่างกายของผมขับเคลื่อนไหลเวียนไปเองแล้วเคลื่อนไหวท่าร่างประสานไปกับกระแสปราณนั้นเนื่องจากมวยไท้เก๊กเป็นมวยภายในและเป็นวิชากำลังภายในแขนงหนึ่งคนภายนอกย่อมมิอาจมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในร่างกายของผมแต่ตัวผมเองย่อมทั้งรู้สึกและสัมผัสได้ถึงกระแสปราณอันเป็นพลังชีวิตของผมที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่โดยตรงผมเพลิดเพลินและอาจเรียกได้ว่ารักอย่างลุ่มหลงในกระแสการเคลื่อนของปราณที่อยู่ภายใต้ผิวหนังของผมนี้


ที่ผ่านมาผมได้ประสบเหตุการณ์ที่นำไปสู่การสูญเสียสิ่งต่างๆที่เป็นของนอกกายไปมากมายก็จริงแต่ทุกครั้งที่ผมกลับเข้าสู่สภาวะที่เป็นหนึ่งเดียวกับปราณภายในกายและปราณภายนอกในสถานที่แห่งนี้แล้วผมกลับรู้สึกว่าตัวผมได้รับทุกๆสิ่งตัวผมสมบูรณ์เพียบพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างโดยมิได้ขาดหายสิ่งใดไปเลยแม้แต่น้อยนิดผมตระหนักรู้ได้ว่าความสูญเสียและความรู้สึกสูญเสียนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จริงเป็นเพียงแค่มายาการปรุงแต่งของจิตเท่านั้นความสมบูรณ์เพียบพร้อมไม่มีบกพร่องต่างหากที่เป็นสิ่งจริงแท้และเป็นการเผยตัวของพุทธธรรมและของเต๋าให้ผมได้ประจักษ์ในไท้เก๊ก


 
                                                                                                                                               .........................
 



จบภาคที่ 2 เซน





 

Powered by MakeWebEasy.com