51. ลมปราณจุลจักรวาล

51. ลมปราณจุลจักรวาล



ลมปราณจุลจักรวาล

 
 


          หลังจากที่ฝึกชี่กงเบื้องต้นจนชำนาญในการหายใจแบบปฏิภาคแล้ว
ผู้ฝึกสามารถรุดหน้าไปฝึกการขับเคลื่อนปราณ (ชี่) ให้เคลื่อนไปตามวงจรจุลจักรวาลได้โดยใช้จินตนาการผนวกกับความรู้สึกทางกายที่เกิดขึ้นจริงๆของลมปราณที่ไหลจากจุดศูนย์ตันเถียนไปยังบริเวณรอยฝีเย็บ (จุดฮุ่ยอิน) ที่อยู่ระหว่างรูทวารอุจจาระกับอวัยวะเพศผ่านกระดูกก้นกบไต่ขึ้นตามกระดูกสันหลังผ่านจุดที่สำคัญตรงบั้นเอวกลางหลังไหล่และลำคอจนไปถึงกะโหลกศีรษะบริเวณกลางกระหม่อม (จุดหนีอ่วนกับจุดไป่ฮุ่ย) แล้วจึงไหลเวียนผ่านกลางกระหม่อมลงมาที่บริเวณด้านหน้าจากศีรษะลงมาที่ลำคอผ่านจุดสำคัญที่กลางหน้าอกช่องท้องและกลับคืนมาที่จุดศูนย์ตันเถียนเป็นอันจบหนึ่งรอบ


เคล็ดอยู่ที่ในหนึ่งหายใจเข้าให้จินตนาการขับเคลื่อนชี่จากจุดศูนย์ตันเถียนผ่านจุดฮุ่ยอินขึ้นไปตามกระดูกสันหลังจนถึงกลางกระหม่อมขณะที่ในหนึ่งหายใจออกให้จินตนาการขับเคลื่อนชี่จากกลางกระหม่อมลงมากลางลำตัวด้านหน้าจนกลับมาที่จุดตันเถียน (ดูรูปที่ 4ประกอบ)
 






รูปที่ 4 วงจรจุลจักรวาล



 
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นวิธีการฝึกลมปราณจุลจักรวาลแบบง่ายๆปลอดภัยไม่เป็นอันตรายที่ดัดแปลงมาจากการฝึกลมปราณจุลจักรวาลแบบโบราณที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนกว่าซึ่งมีวิธีการฝึกดังต่อไปนี้


ขั้นที่หนึ่งสูดลมหายใจทางจมูกเข้าไปลึกๆในจินตนาการชักนำลมหายใจหรือลมปราณเข้าไปถึงท้องน้อยในขณะนั้นให้ท้องน้อยป่องพร้อมกับขมิบรูทวารอุจจาระให้แน่น (รูปที่ 5-)จากนั้นให้กลั้นลมหายใจให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้โดยที่ท้องน้อยก็ยังป่องอยู่และรูทวารอุจจาระก็ยังขมิบให้แน่นอยู่ตลอดเวลาที่กลั้นลมหายใจอยู่นั้นให้ผู้ฝึกเพ่งจิตไปที่บริเวณท้องน้อยตลอดเวลา (รูปที่ 5-)แล้วจึงค่อยระบายลมหายใจออกทางจมูกช้าๆพร้อมกับหดท้องน้อยเข้ามาแต่คลายรูทวารอุจจาระที่ขมิบเอาไว้การฝึกหายใจแบบนี้ทางเต๋าเรียกว่าการหายใจแบบบู๊ซึ่งมีไว้สำหรับการทำให้เกิดความร้อน (หยางชี่) ขึ้นที่บริเวณท้องน้อย (รูปที่ 5-)
 




                         รูปที่ 5-ก                                       รูปที่ 5-ข                                     รูปที่ 5-ค


ขั้นที่สองพอทำให้เกิดความร้อนหรือหยางชี่ขึ้นที่บริเวณท้องน้อยด้วยวิธีการหายใจแบบบู๊ได้แล้วก็ให้ผู้ฝึกเปลี่ยนมาหายใจแบบบุ๋นที่หายใจอย่างเป็นธรรมชาติตอนหายใจเข้าท้องน้อยป่องเล็กน้อยไม่กักลมทำการหายใจออกทางจมูกโดยท้องน้อยหดเข้าไม่มีการเพ่งจิตใดๆเหตุที่เปลี่ยนมาหายใจแบบบุ๋นนี่ก็เพื่อขับเคลื่อนหยางชี่ไปตามวงจรจุลจักรวาลโดยจะแวะบ่มเพาะหยางชี่ตามจุดสำคัญๆในวงจรจุลจักรวาล


กล่าวในรูปธรรมก็คือพอเกิดความร้อนที่ท้องน้อยแล้วก็ให้ใช้จิตชักนำความร้อนนั้นผ่านจุดฮุ่ยอิน (บริเวณรอยฝีเย็บ) ผ่านจุดก้นกบมาจนถึงจุดบั้นเอวแล้วจึงเปลี่ยนมาหายใจแบบบุ๋นที่จุดบั้นเอวนี้กำหนดจิตที่จุดนี้เบาๆจนกระทั่งเริ่มรู้สึกเย็นๆที่บริเวณนั้นแล้วถึงค่อยเปลี่ยนเป็นหายใจแบบบู๊เพื่อทำให้เกิดหยางชี่อีกแล้วชักนำหยางชี่มาที่จุดกลางกระหม่อมบ่มเพาะหยางชี่ที่จุดนี้นานเป็นพิเศษแล้วจึงค่อยชักนำหยางชี่มาบ่มเพาะอีกครั้งที่จุดหว่างอกแล้วจึงชักนำหยางชี่มาบ่มเพาะที่จุดตันเถียนนานเป็นพิเศษเช่นกันพอหัดชำนาญเข้าจะให้แค่จิตชักนำลมปราณให้ไหลเวียนและบ่มเพาะตามจุดสำคัญต่างๆเองโดยไม่จำเป็นต้องหายใจแบบบู๊มาช่วยอีกต่อไป


ขั้นที่สามเป็นการขยายการโคจรลมปราณจากขั้นที่สองออกไปโดยใช้จิตชักนำลมปราณลงไปถึงสองแขนและสองขาด้วยอันเป็นการโคจรลมปราณไปทั่วร่าง (รูปที่ 6)
 



 
 
 

Powered by MakeWebEasy.com