ริ้วรอยเทพยดา

ริ้วรอยเทพยดา

หัวใจของข้อเขียน มังกรจักรวาล ชุดนี้ของผม คงอยู่ที่ข้อความของผมที่เคยเขียนไว้ใน "คำนำ" มังกรจักรวาลภาคหนึ่งดังนี้ …คงมีผู้คนเป็นจำนวนมากเชื่อว่า ในโลกนี้มีสิ่งที่วิทยาศาสตร์หรือสามัญสำนึกของปุถุชนธรรมดาไม่อาจจะอรรถาธิบายได้ ดำรงอยู่จริง มิหนำซ้ำ บางคนอาจได้ผ่าน ประสบการณเร้นลับ เช่นนั้นด้วยตัวเองด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านี้อาจเหลือเชื่อ หรือเพ้อเจ้อสำหรับคนอื่นก็ตาม แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องเป็นจริงอย่างยิ่ง เป็นประสบการณ์ที่เป็นจริงอย่างที่ผู้นั้นไม่อาจเคลือบแคลงได้เลย เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ผู้นั้นได้ประสบด้วยตัวเอง มิหนำซ้ำ มีหลายครั้งที่ ประสบการณ์เร้นลับ อันนั้นยังได้ส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตหลังจากนั้นของคนผู้นั้นเป็นอย่างมากด้วย

หนังสือมังกรจักรวาลชุดนี้คือ คำบอกเล่าเรื่องราวการค้นหาความเร้นลับและความจริงแท้ ที่โลกและมนุษยชาติกำลังจะเผชิญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่จริงจังกับความหมายแห่งการดำรงอยู่ของตัวเขาบนพื้นภิภพนี้…

แต่เดิมที ผมตั้งใจว่า มังกรจักรวาลภาคนี้ ตอน "ริ้วรอยเทพยดา" จะเน้นหนักไปที่การสืบเสาะเชิงจักรวาลโบราณคดี ว่าด้วยการดำรงอยู่ของมนุษย์ต่างดาวบนโลกนี้ในสมัยโบราณ ที่โยงใยและผูกพันกับเหตุการณ์ที่อาจะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ในอนาคตอันใกล้ในรูปแบบของ "หายนะครั้งใหญ่" โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีและความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่หลายแขนงมาร่วมกันสืบสวน แต่ประสบการณ์เร้นลับ-ปาฏิหาริย์-สิ่งมหัศจรรย์ ที่เกิดกับตัวผมเอง และผมได้ประสบด้วยตัวเอง นับแต่ที่ผมเขียนมังกรจักรวาล ภาค 4 "คุรุมังกร" จบลง เมื่อต้นเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน ( กลางเดือน มิถุนายน 2541 ) ได้ทำให้โครงสร้างของหนังสือเล่มนี้ของผมเปลี่ยนไปจากเดิมที่ผมมีเค้าโครงไว้ในใจเป็นอันมาก จนแทบเป็นคนละเล่มเลยทีเดียว แต่หนังสือ "ริ้วรอยเทพยดา" เล่มนี้ กลับผนวกแนบแน่นกับความเป็นไปของชีวิตของผมเองอย่างมากที่สุดมากกว่าเล่มใดๆในชุดมังกรจักรวาลที่ผมได้เขียนมา ชีวิตที่กลายเป็นวรรณกรรม และวรรณกรรมกลายเป็นวิชา รวมทั้งกลายเป็นศาสตร์เพื่อชีวิต และจิตวิญญาณไปด้วยภายในตัวมันเอง

ช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2540 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ผมได้เรียนรู้วิชาต่างๆอันน่าทึ่งอีกมากมายก็จริง แต่เนื่องจากหัวข้อมังกรจักรวาลภาคนี้ ว่าด้วยทางรอดอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงสุดท้ายของยุคเก่ากับช่วงเริ่มต้นของยุคใหม่ มิใช่ "ว่าด้วยการแสวงหาวิชาเพื่อการช่วยเหลือโลกก่อนหายนะในปี ค.ศ.1999" เหมือนในภาค 2 ภาค 3 และภาค 4 ของชุดมังกรจักรวาล และเพื่อทำให้ขนาดของหนังสือเล่มนี้มีความกระชับสอดคล้องกับยุคไอเอ็มเอฟ เศรษฐกิจซบเซา ผมจึงเน้นที่จะกล่าวถึง ทางรอดอันศักดิ์สิทธิ์ และ ปฏิบัติการณ์อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นหลักมากกว่า หากท่านผู้อ่านสนใจอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับวิชาต่างๆ ที่ผมได้มาในช่วงหลังๆนี้ ก็ควรสมัครเป็นสมาชิก ชมรมมังกรธรรม ที่ผมและศิษย์สำนักยุทธธรรมช่วยกันก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรับใช้แฟนผู้อ่านหนังสือชุดมังกรจักรวาลโดยตรง

ในหนังสือ "ริ้วรอยเทพยดา" เล่มนี้ ท่านผู้อ่านจะได้ทราบเรื่องราวที่ผมไปพบท่านสัตยาไส บาบา เรื่องราวของ หลวงปู่เทพโลกอุดร ที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราในครั้งนี้ รวมทั้ง ธาตุกายสิทธิ์ ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพระธาตุ เหล็กไหล เพชรพญานาค เหล็กไหลนาคราช ปรอทกายสิทธิ์ เหล็กไหลอุกาบาต ฯลฯ ที่ผมได้มาเป็นเจ้าของอย่างเหลือเชื่อ ภายในช่วงเวลาไม่ถึง 3 เดือนดี มิหนำซ้ำ เรื่องราวของธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้ยังโยงใยกับทางรอดอันศักดิ์สิทธิ์ ในครั้งนี้ของพวกเราอย่างน่าอัศจรรย์ใจเป็นที่สุด เท่าที่ผ่านมาผมรักประเทศนี้จึงคิดช่วยเหลือประเทศนี้อย่างสุดชีวิต แต่ผมก็ไม่เคยคิดหรือตระหนักว่า ประเทศนี้เป็น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ภายหลังจากที่ผมได้สัมผัสกับ "คุรุ" สุดประเสริฐ ผู้เป็นดวงจิตของหลวงปู่เทพโลกอุดรแบ่งภาคลงมา ได้ขึ้นกรรมฐานกับเกจิอาจารย์แห่งธาตุกายสิทธิ์ ผู้มีอดีตชาติเป็นมหาฤาษีผู้ทรงฤทธิ์ ได้กลายเป็นศิษย์ของ "พระในดง" ผู้ทรงอภิญญาที่ออกจากดงเพื่อมาช่วยชาวโลก ได้พบฆราวาสผู้เป็นนักบุญแห่งล้านนาผู้บำเพ็ญทานบารมีอันสูงส่ง ได้สัมผัส "ปาฏิหาริย์" ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระธาตุ รวมทั้งได้เห็นและครอบครองวัตถุอัศจรรย์ที่ไม่ใช่ของบนโลกนี้ จึงทำให้ทัศนะของผมที่มีต่อมาตุภูมินี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมประเทศนี้มิใช่เป็นแค่ประเทศที่ผมรักอย่างยอมอุทิศชีวิตให้เท่านั้น

บัดนี้ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่า ประเทศนี้เป็นส่วนหนึ่งของชมพูทวีป และเป็นดินแดนที่ศักดิ์สิทธิ์มากด้วย นี่ไม่ใช่คำยกยอชมเชย เพื่อให้กลายเป็น "อะเมซิ่งไทยแลนด์" จะได้หวังผลในการท่องเที่ยว แต่เพราะประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์ใจในช่วงเกือบหนึ่งปีที่ผมได้ประสบและสัมผัสมานี้ ทำให้ผมมั่นใจจริงๆว่าประเทศนี้ "อะเมซิ่ง" (น่าทึ่ง) จริงๆ และเป็นเรื่องน่าเศร้าใจเหลือเกินที่ผู้คนจำนวนมากในสังคมนี้ ยังไม่ได้ตระหนักถึงควาศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนที่ตัวเองได้พำนักอยู่นี้เลย

ความศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนแห่งนี้ต่างหากเล่า ที่จะให้ความเชื่อมั่นและความมั่นใจแก่พวกเราได้ว่า พวกเราจะต้องรอดได้อย่างแน่นอน และรอดอย่างศักดิ์สิทธิ์ ผ่านพ้นศตวรรษที่ 20 เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างสง่างามด้วย
แต่ขอถามว่าจะมีใครสักกี่คนในแผ่นดินนี้ที่กล้ายืยยันในสิ่งนี้ได้อย่างเต็มปากด้วยประสบการณ์ที่ประจักษ์แก่สายตาและดวงใจของตนเอง มิใช่แค่คำปลอบใจอย่างลมๆแล้งๆไปวันๆ ? พวกเขากับพวกเราต่างอยู่บนดินแดนแห่งนี้เหมือนกัน สำหรับพวกเราแล้วดินแดนนี้อาจเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ แต่สำหรับพวกเขาแล้วดินแดนนี้อาจกลับกลายเป็นนรกบนดิน อะไรคือความแตกต่างของสิ่งนี้ ? บางท่านอาจหาคำตอบนี้ได้จากหนังสือมังกรจักรวาลเล่มนี้ของผม และเล่มก่อนๆ

ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนเอาไว้ว่า…หนังสือมังกรจักรวาลชุดนี้ เป็นหนังสือเพื่อทวงจิตวิญญาณคืนให้กับเพื่อนมนุษย์ที่ร่วมชะตาเดียวกับผมบนโลกใบนี้ในยุคนี้ที่มีครั้งเดียวในรอบพันปี ผมเชื่อมั่นว่าพวกท่านทุกคนที่ได้อ่านงานเขียนมังกรจักรวาลชุดนี้ของผม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ไม่มีความบังเอิญในเรื่องนี้ เพียงแต่เรายังไม่รู้ความหมายแฝงเร้นของเรื่องราวทั้งหมดที่กำลังจะปรากฏออกมาใน "ละครโลก" ใบนี้อีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้เท่านั้น…บัดนี้ ผมขอเพื่อเติมเข้าไปอีกว่า …บัดนี้ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมแล้วว่า การที่ผมและพวกเราทุกคนต่างเกิดมาเป็นคนไทยในยุคนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกเช่นกันไม่มีความบังเอิญอย่างเด็ดขาดในเรื่องนี้

ดร. สุวินัย ภรณวลัย

Powered by MakeWebEasy.com