(6) การเมืองเรื่องหวยกับการซื้อหวยของอภิสิทธิ์ (6/1/53)

(6) การเมืองเรื่องหวยกับการซื้อหวยของอภิสิทธิ์ (6/1/53)

การเมืองเรื่องหวยกับการซื้อหวยของอภิสิทธิ์


รศ.ดร.ชวินทร์ ลีนะบรรจง , รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


เศรษฐกิจแห่งหวยของประเทศไทยนั้นไม่ธรรมดา การเมืองแห่งหวยของประเทศไทยก็เช่นกัน

ปัญหาหวย 2 ตัว และ 3 ตัวดูจะเป็นปัญหาของสังคมที่ดูเผินๆ แล้วสามารถนำมาถกเถียงกันได้อย่างไม่รู้จบ แต่ในข้อเท็จจริงมันมีข้อสรุปอยู่นานแล้ว จะเป็นอะไรลองตามมาดู

หวย 2 ตัว 3 ตัวเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง แต่มีลักษณะเป็นสินค้าที่ไร้คุณธรรมหรือ demerit goods ทำให้รัฐต้องเข้ามามีบทบาทควบคุมดูแลบริโภคเช่นเดียวกับเหล้าหรือบุหรี่ เครื่องมือในการควบคุมอาจทำได้หลายลักษณะ เช่น ควบคุมปริมาณการผลิตโดยอาจเข้ามาเป็นผู้ผลิตเสียเอง หรือใช้กลไกราคาโดยการเก็บภาษีสรรพสามิตให้มีราคาแพงขึ้นเพื่อควบคุมการบริโภค เพราะหากปล่อยให้มีการผลิตโดยเสรีก็จะเกิดการชักจูงให้คนที่ไม่เคยเสพให้เข้ามาเป็นลูกค้าหน้าใหม่

แต่ข้อเท็จจริงที่ควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก็คือ หวย 2 ตัว 3 ตัวเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นกับการดำรงชีพของประชาชน ทำไมรัฐจึงต้องไปควบคุมให้มีราคาถูกเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเสพได้ และไม่มีความจำเป็นอันใดที่รัฐต้องให้โอกาสที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงเพื่อบริโภค เนื่องจากมิใช่สินค้าคุณธรรม เช่น การศึกษา หรือ การบริโภคนม เป็นต้น

หากจะขายใบละ 200 บาทและหาซื้อยากก็มิได้ทำให้สภาพการดำรงชีวิตของประชาชนไทยเลวลงแต่อย่างใดจริงหรือไม่?

ในภาพกว้าง การเล่นการพนันเป็นเพียงการโอนอำนาจซื้อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง ไม่ได้ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นมาแต่ประการใด ดังนั้นรายได้ประชาชาติที่วัดโดย GDP จึงไม่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหากมีการออกหวย เพราะไม่มีมูลค่าเพิ่มใดๆ เกิดขึ้นมาเนื่องจากโดยตัวของมันเองเป็นการพนัน

ประเทศที่หวังพึ่งพารายได้จากการพนันจึงมักเป็นประเทศที่ล้มเหลวในการพัฒนาประเทศเป็นส่วนใหญ่ ไม่เชื่อก็ไปดูเพื่อนบ้านที่ตั้งทักษิณ ชินวัตรเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจก็ได้ว่ารายได้ของประเทศส่วนให้มาจากกิจกรรมใด หากไม่ “ขอ” ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ก็มาจาก “การพนัน” ที่ไม่ได้สร้างความแข็งแกร่งหรือเจริญเติบโตให้กับประเทศแม้แต่น้อยเพราะไม่ได้สอนให้คนในประเทศมีความพอเพียงและพึ่งพาตนเองได้ แต่ที่ประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศมีหวยก็เพราะเป็นบาปที่จำเป็น แต่เขาก็รู้ว่ามันเป็นตัวถ่วงความเจริญ ทำให้ต้องมีการควบคุมจำกัดการบริโภค

ตรรกะที่สำคัญประการหนึ่งที่เป็นแนวคิดที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ และอีกหลายคนมักใช้อ้างเพื่อสนับสนุนข้อเสนอเรื่องนี้ของตนอยู่เสมอก็คือ มันมีอยู่นานแล้ว และผลประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนหากรัฐสามารถทำสิ่งที่ผิด คือเอาหวย 2 ตัว 3 ตัวที่เล่นอย่างผิดกฎหมายหรือใต้ดินขึ้นมาบนดิน ทำให้มันถูกกฎหมายจะได้ไม่ต้องไปปราบมัน

ประเทศไทยเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับหวย 2 ตัว 3 ตัวนี้มาแล้วอย่างขมขื่น เพราะมีการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวโดยให้กองสลากฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดพิมพ์สลากใบให้ผู้ซื้อเขียนหมายเลขเองออกจำหน่ายโดยไม่รอเครื่องพิมพ์จำหน่ายสลากอิเล็กทรอนิกส์หรือหวยออนไลน์ในยุคสมัยของทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกฯ ตัวเลขที่พอสรุปได้ก็คือ มีการออกสลากดังกล่าวประมาณ 80 งวดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 – 49 มีรายได้จากการออกสลากพิเศษดังกล่าวกว่า 123,340 ล้านบาท จ่ายเงินรางวัลไปประมาณ 69,242 ล้านบาท และมีเงินจ่ายคืนไปสู่โครงการที่อ้างว่าเพื่อสังคมเพียง 13,380 ล้านบาทหรือประมาณร้อยละ 11 ของรายได้จากการขายสลากในช่วงปี พ.ศ. 2547-49 โดยไม่มีการจัดสรรเงินเป็นรายได้แผ่นดินและไม่เสียภาษีแต่อย่างใด

สลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวดังกล่าวจึงไม่ใช่ทั้งสลากกินแบ่ง เนื่องจากไม่มีการกำหนดการจ่ายรางวัลให้เป็นไปตามสัดส่วนของการจำหน่ายสลากได้ ไม่มีส่วนแบ่งให้รัฐที่แน่นอน และไม่เป็นสลากการกุศลเพราะไม่ได้กำหนดเป้าหมายการรายได้ ไม่มีการจำกัดจำนวนงวด เวลาในการดำเนินการและจำนวนเงินที่ต้องการเพื่อการกุศลไว้อย่างชัดเจนแน่นอน

การไม่กำหนดรางวัลตามสัดส่วนสลากที่ขายได้จึงมีลักษณะของสลากกินรวบไม่ใช่กินแบ่ง มีโอกาสขาดทุนเพราะคนซื้ออาจซื้อเลขท้าย 2 ตัวซ้ำกันมากกว่า 1 ชุด เช่น 56 ที่อาจมีการขายเลขชุดนี้มากกว่า 1 ชุด

สลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ที่มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่าการออกสลากเพื่อหาเงินเข้ารัฐเป็นรายได้แผ่นดิน มิใช่ตามอำเภอใจของผู้บริหารหน่วยงานหรือรัฐบาล เนื่องจากโครงสร้างการจ่ายเงินถูกกำหนดไว้อย่างกว้างๆ เป็น 2 ส่วนคือค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงถึงร้อยละ 20 ขณะที่อีกร้อยละ 80 ถูกกันไว้จ่ายรางวัล หากมีเงินเหลือจากการจ่ายรางวัลที่มีโอกาสขาดทุนจึงจะคืนสู่สังคม

เมื่อเปรียบเทียบกับโครงสร้างการจ่ายเงินสลากกินแบ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่แบ่งเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 28 เป็นรายได้แผ่นดินอย่างแน่นอน ขณะที่กำหนดค่าใช้จ่ายในการบริหารงานไว้ไม่เกินร้อยละ 12 เท่านั้น ที่เหลืออีกร้อยละ 60 เป็นเงินรางวัล สลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวในสมัยทักษิณจึงไม่ได้เป็นการหารายได้เข้าแผ่นดินตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดโดยกฎหมายแต่อย่างใด

ทั้งที่มีนักกฎหมายใหญ่ เช่น วิษณุ เครืองาม นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี แต่การ “หน้าด้าน” อ้างมาตรา 5 (3) ของ พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ ที่กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดตั้งสำนักงานสลากไว้ว่า “กระทำการอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องหรือที่เป็นประโยชน์แก่การดำเนินกิจการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” นั้น มิได้หมายความว่าสำนักงานสลากกินแบ่งจะอาศัยมติคณะรัฐมนตรีกระทำการใดโดยไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายนั่นคือพ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ เพราะต้องเกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์แก่การดำเนินการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ดังนั้น การไม่จำกัดวงเงินในการเล่น ไม่จำกัดวงเงินรางวัลที่จะจ่าย ไม่นำเงินรายได้ส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน และมีการขาดทุนจากการดำเนินงานให้เห็นเป็นประจักษ์แล้ว จะเป็นประโยชน์แก่การดำเนินการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลตรงที่ใด

การอ้างว่าสลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวเป็นสลากการกุศลเพื่อหารายได้ไปทำสาธารณประโยชน์ หากเป็นจริงทำไมจึงไม่มีการระบุจำนวนเงิน เป้าหมายในการหารายได้ และวิธีการคัดเลือกโครงการสาธารณประโยชน์ไว้อย่างชัดเจน แต่นายกฯ ทักษิณและคณะรัฐมนตรีกลับมอบภารกิจการออกสลากพิเศษดังกล่าวให้ สำนักงานสลากกินแบ่งดำเนินการเสมือนเป็นภารกิจหลักควบคู่ไปกับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล อันเป็นการดำเนินการนอกวัตถุประสงค์ของสำนักงานสลากฯ โดยไม่สนใจที่จะดำเนินการแก้กฎหมายเพิ่มเติมเพื่อรองรับการดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด

ในขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น รัฐมนตรีช่วยคลัง นายวราเทพ รัตนากร ประธานกรรมการสลากกินแบ่ง นายสมใจนึก เองตระกูล และผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่ง นายชัยวัฒน์ พสกภักดี กลับไม่ทัดทานหรือทักท้วงการสั่งการที่มิชอบ หรือเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายวัตถุประสงค์เพื่อรักษาประโยชน์ของหน่วยงานที่ตนเองดูแลรับผิดชอบแต่อย่างใด แต่กลับหลีกเลี่ยงการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยการเทียบเคียงรูปแบบการออกสลากการกุศลอื่นๆ ที่เคยทำมาแล้ว เพื่อให้สำนักงานสลากฯ สามารถดำเนินการเองได้ เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการตามอำเภอใจโดยไม่ส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน

นายกฯ อภิสิทธิ์คิดถูกที่กล่าวว่า สลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวที่กำลังจะออกกับหวยใต้ดิน (สลากกินรวบ) มีความแตกต่างกัน เป็นเสมือนสินค้าคนละชนิดกัน เพราะหากจะออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวที่มีลักษณะเป็นสลากกินรวบดังเช่นที่สมัยทักษิณก็อาจต้องคดีและติดคุกเหมือนลิ่วล้อทั้ง 3 คน (ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจำหน่ายจำเลยทักษิณออกชั่วคราว ทำให้ยังไม่มีคำพิพากษาตัดสิน หากกลับมาเมื่อใดนอกจากคดีที่มีคำพิพากษาไปแล้วก็มีคดีนี้ที่ต้องลุ้นอีก)

ดังนั้นหากเป็นสลากกินแบ่งก็ไม่สามารถทดแทนหวยใต้ดินได้อย่างสมบูรณ์เพราะต้องกำหนดรางวัลตามจำนวนสลากที่ขายได้ ลูกค้าจึงเป็นคนละกลุ่มกัน แล้วจะมาอ้างชุ่ยๆ ได้อย่างไรว่าการนำเอาหวยใต้ดินขึ้นมาบนดินจะเป็นการทดแทนทำให้คนเล่นหวยใต้ดินลดน้อยลง

ในทางตรงกันข้ามกลับจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เล่นอีกด้วยซ้ำเพราะเป็นสินค้าคนละตัวกันทำให้สามารถมีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกได้

ดังนั้นตรรกะเรื่องทำสิ่งผิดให้กลายเป็นถูกของนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ และอีกหลายคนจึงไม่สอดคล้องกับตรรกะของนายกฯ อภิสิทธิ์ที่ไปกันได้กับจุดยืนด้านศีลธรรมที่สังคมเห็นว่าถูกต้องไม่เฉพาะในปัจจุบันแต่เป็นมากว่า 2,500 ปีแล้ว

เพราะความผิดในด้านศีลธรรมนั้นไม่สามารถทำให้ถูกได้ด้วยกฎหมาย คำสอนของพุทธศาสนาว่าด้วยการพนันที่เป็นอบายมุขจึงไม่สามารถลบล้างด้วยการออกกฎหมายหรืออาศัยเสียงข้างมากโหวตให้ทำหรือไม่แต่อย่างใด เปรียบเสมือน “ของลับ” ที่ไม่ว่าท่านจะเปิดเผยหรือไม่ก็ยังเป็น “ของลับ” อยู่วันยังค่ำไม่เปลี่ยนแปลง และไม่สามารถออกกฎหมายให้ “ของลับ” กลายเป็น “ของไม่ลับ” ไปได้

สิ่งที่น่าสนใจติดตามก็คือนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะมีความกล้าหาญทางจริยธรรมและมีความจริงใจที่จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร หากปากตรงกับใจ ทำตามที่พูด ไม่เป็นการจุดกระแสใหม่เพื่อเบี่ยงเบนปัญหาที่มีอยู่ ก็จะเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งอนาคตของชาติในยามที่ศีลธรรมเสื่อมโทรม มีอวิชชาและคำสอนในเรื่องบาปและบุญอย่างผิดๆ ระบาดไปทั่ว

หวยที่ท่านซื้อเอาไว้ถูกอย่างแน่นอน





 

Powered by MakeWebEasy.com