33. ธรรมบูรณา ภารกิจศักดิ์สิทธิ์กับบทเรียนการกู้ชาติทางจิตวิญญาณของ ศรี อรพินโธ (ตอนที่ 33) 27/11/2550

33. ธรรมบูรณา ภารกิจศักดิ์สิทธิ์กับบทเรียนการกู้ชาติทางจิตวิญญาณของ ศรี อรพินโธ (ตอนที่ 33) 27/11/2550

ธรรมบูรณา ภารกิจศักดิ์สิทธิ์กับบทเรียนการกู้ชาติทางจิตวิญญาณของ ศรี อรพินโธ (ตอนที่ 33)
 


33. การเมืองแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

...บ่ายวันอาทิตย์ที่ 26 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ณ น้ำตกป่าละอู จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

“เขา” กำลังนั่งขัดสมาธิเจริญภาวนาอยู่บนโขดหินก้อนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมห้วยที่มีกระแสน้ำใสไหลรินอย่างต่อเนื่อง บริเวณที่ “เขา” กับพวกลูกศิษย์ของเขาอยู่นั้น เป็นส่วนลึกของน้ำตกป่าละอูที่มีผู้คนบางตา สองข้างของแนวลำห้วยเป็นต้นไม้ใหญ่ทึบที่ขึ้นเรียงรายอยู่บนภูเขา ลำห้วยนี้ไหลผ่านช่องเขา กระแสน้ำไหลจากเบื้องสูงลงสู่เบื้องล่างดังพอที่จะกลบสรรพสำเนียงเสียงรอบข้างให้จางเบา “เขา” นั่งหันหลังให้กับทิศทางขึ้นน้ำตกเผชิญกับสายน้ำเย็นเฉียบที่ไหลผ่านข้างกาย ฉับพลันเบื้องหน้า เขา มีแต่ภูเขากับต้นไม้และท้องฟ้าเท่านั้น เขา แทบไม่รู้สึกถึงการดำรงอยู่ของสิ่งอื่นใดอีก เขา กำหนดจิตตนเองกลมกลืนเข้ากับภูเขา ต้นไม้ และท้องฟ้าที่อยู่เบื้องหน้า เพื่อสัมผัสความรู้สึกของฟ้าดิน

แม้ ระบอบทักษิณ จะถูกโค่นโดย กองทัพ ไปแล้วเมื่อสองเดือนก่อน แต่ เขา กลับรู้สึกว่าภารกิจของ พวกเขา ยังไม่เสร็จสิ้น ที่ผ่านมาตัว เขา ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำศึกกับระบอบทักษิณ เพราะ เขา รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเขาแคร์ และห่วงใยในสังคมนี้กำลังถูกคุกคามโดยมัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องคุณธรรม ความซื่อสัตย์ จริยธรรมและความถูกต้อง แม้ เขา จะเป็นคนรักสันติ แต่ เขา ก็ไม่ยอมนิ่งเฉยอยู่ในแนวหลัง โดยไม่มีโอกาสร่วมแบ่งปันความเสี่ยง การเข้าร่วมในการต่อสู้จึงเป็น ภารกิจศักดิ์สิทธิ์ ที่ตัวเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

แต่เรื่องราวมิใช่ง่ายๆ ตื้นๆ แค่โค่นหรือขับไล่รัฐบาลทรราชให้ตกบัลลังก์เฉยๆ ความทุกข์ของแผ่นดินจักไม่ลดน้อยลง เพียงเพราะคนเลวผู้มีอำนาจคนหนึ่งถูกขับไล่ออกไป หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในระดับจิตใจของผู้คนเป็นจำนวนมาก

ตัว เขา เองเพิ่งเขียนต้นฉบับ “พุทธบูรณา” (หรือ “พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์)” เสร็จสมบูรณ์เมื่อสัปดาห์นี้เอง แม้จะเขียนงานชิ้นนี้จบลงแล้ว เขา ก็ยังไม่เลิกนั่งสมาธิภาวนาที่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ข้างบ้านซึ่งเป็น “แหล่งปัญญา” ของตัว เขา แต่แปลกเหลือเกินที่จู่ๆ คราวนี้ ตัว เขา กลับคิดถึง ศรี อรพินโธ และวิถีของท่านอย่างรุนแรงโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ จู่ๆ ตัว เขา ก็บังเกิดความรู้สึกอย่างแรงกล้าให้ต้องหันกลับมาเป็นหนึ่งเดียวทางความคิดและจิตวิญญาณของท่านผู้นี้ หลังจากที่เคยศึกษาผลงานของท่านผู้นี้มาแล้วพักใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ความรู้สึกที่แรงกล้าอันนี้มันผุดขึ้นในสมาธิของ เขา ขณะที่ตัว เขา กำลังนั่งสมาธิอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ตัว เขา เขียน “พุทธบูรณา” เสร็จสมบูรณ์ และตั้งจิตจดจ่อรอรับข่าวสารจากเบื้องบนว่า ตัว เขา สมควรจะทำอะไรต่อไปดี

บัดนี้ตัว เขา ได้เชื่ออย่างหมดใจแล้วว่า สิ่งที่ตัว เขา ยึดถือเป็น ภารกิจศักดิ์สิทธิ์ ของตัว เขา นั้น มันจะต้องเป็นสิ่งที่ตัวเขามอบกายและใจทั้งหมดของตัวเขาให้กับสิ่งนั้นได้ แม้หลังจากนี้เป็นต้นไป ตราบจนชีพวาย ตัว เขา ก็ตั้งใจที่จะกระทำแต่สิ่งที่มิใช่การกระทำเพื่อตักตวงผลประโยชน์ใส่ตัว เหมือนเช่นที่ผ่านมา ตัวเขาจะมุ่งทำแต่สิ่งที่เป็นการปูทางให้คนอื่นๆ นับร้อย นับพัน นับหมื่น นับแสนได้เข้ามาทำหน้าที่แบบเดียวกับตัว เขา และเดินอยู่บน วิถี แบบเดียวกับตัวเขา

ความแปลกประหลาดของโขดหินริมห้วยน้ำตกที่ตัว เขา กำลังนั่งเจริญสมาธิภาวนาอยู่กลับกลายเป็นสิ่งที่นุ่มนวลต่อความรู้สึกของตัว เขา ในห้วงยามนั้น จิตใจของ เขา เอ่อล้นไปด้วยความอ่อนโยน และถวิลหาคนที่ เขา รัก ซึ่งรวมไปถึงเพื่อนร่วมโลกทุกๆ คน เขา ยิ้มให้กับ ร่างกาย ของ เขา ที่กำลังบำเพ็ญเพียรทางจิตอยู่ในขณะนี้ ร่างกาย นี้เป็นภาชนะที่ซื่อสัตย์และภักดีกับตัว เขา มาตลอดทั้งชีวิต ทั้งๆ ที่ตัว เขา ก็ใช้งานมันอย่างหนักหน่วง แต่ เขา ก็ดูแลเอาใจใส่มันเป็นอย่างดีเสมอมา จนทำให้ ร่างกาย ร่างนี้ของ เขา เป็นร่างกายที่มีความรัก มีความสุข มีความตื่นตระหนักรู้ และมีความเบิกบานที่จะบำเพ็ญสมาธิภาวนาที่สำคัญ มันเป็นร่างกายที่รู้จักยิ้ม เฉกเช่นเดียวกับจิตของ เขา ที่มักแย้มยิ้มอยู่เป็นนิตย์ เขา ไม่เคยสำนึกเสียใจเลยที่ตัวเองได้ตัดสินใจเลือกทางเดินแบบนี้มาตั้งแต่วัยหนุ่ม การที่จิตวิญญาณของเขาพัฒนาเติบโตมาจนถึงระดับนี้ได้ ก็เพราะตัวเขาสามารถสังเคราะห์หรือบูรณาการความต้องการของตัวเขาให้เป็นหนึ่งเดียวกับความต้องการของมนุษยชาติ และจักรวาฬได้ในระดับที่ตัวเขาเองก็พึงพอใจกับผลงานของตน

มีเพียง วิธีเดียว เท่านั้นที่คนเราจะสามารถสร้างอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวตนเล็กๆ ของตนได้ นั่นก็คือ การมอบของขวัญที่ล้ำค่าทางจิตวิญญาณของขวัญที่สามารถช่วยปลดปล่อยมนุษยชาติให้เป็นอิสระโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะนี่คือ วิธีเดียว ที่จะสามารถช่วยค้ำจุนการดำรงอยู่ของมวลมนุษยชาติเอาไว้ได้

“เขา” มีความเชื่อมั่นอย่างไม่คลอนแคลนว่า งานเขียน “พุทธบูรณา” (หรือ “พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์” ) ของ เขา คือ ของขวัญ เช่นที่ว่านั้นต่อให้ในตอนนี้ยังมีผู้คนที่สนใจงานเขียนชิ้นนี้ไม่มากนักก็ตาม

งานเขียนที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นงานเขียนที่มีผู้คนสนใจในทันทีที่งานเขียนนั้นถูกตีพิมพ์เผยแพร่ออกมา สิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นงานเขียนที่ดีนั้น อยู่ที่มันสามารถสร้างผลสะเทือนอย่างต่อเนื่องและยาวนานเป็นเวลาหลายสิบปี หลังจากนั้นได้หรือไม่ต่างหาก

ความรู้สึกดีๆ ของคนที่ได้อ่านงานเขียนดีๆ แม้จะมีคนอ่านจำนวนน้อยย่อมทรงคุณค่ามากกว่าความรู้สึกรวมกันของคนอ่านงานเขียนแย่ๆ จำนวนมากอย่างเทียบกันไม่ได้ และยังสามารถช่วยให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อีกด้วย

พูดถึงการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัว เขา ต้องมานั่งบำเพ็ญภาวนาอยู่ที่นี่!!...นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยไทย เป็นต้นมา มีพลังหลักๆ อยู่ 3 พลังเท่านั้น ที่เป็นจักรกลในการขับเคลื่อนการเมืองไทย

พลังที่หนึ่ง คือ พลังของสถาบันกษัตริย์และเครือข่าย โดยผ่าน “พระราชกระแส พระราชดำริ พระราชทาน พระราชอำนาจนำ” หรือ Royal Intervention ซึ่งเป็นพลังที่สำคัญมากๆ ในการขับเคลื่อนการเมืองไทย

พลังที่สอง คือ พลังของระบบราชการ ซึ่งมีข้าราชการทหารบกเป็นผู้นำการขับเคลื่อน หรือ Military Intervention โดยผ่านการก่อการปฏิวัติรัฐประหาร

พลังที่สาม คือ พลังนอกระบบราชการ ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในระยะหลังๆ โดยที่ พลังนอกระบบราชการ นี้ยังจำแนกได้เป็น สองพลังย่อย คือ พลังของธนกิจการเมือง (money politics) ซึ่งเป็นที่มาของระบอบทักษิณอันเป็น ทุนสามานย์ กับ พลังของการเมืองภาคประชาชน ซึ่งรูปการณ์ล่าสุด คือการก่อตัวเป็น ขุมพลังพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

สองพลังย่อยอันนี้ได้ขับเคี่ยวต่อสู้โค่นล้มกันเอง ตลอดช่วงเวลาหนึ่งปีเศษๆ ที่ผ่านมา จึงเปิดโอกาสให้กองทัพหรือทหารเข้ามาแทรกแซง และยึดครองอำนาจทางการเมืองได้อีกครั้ง แม้จะเป็นการ “ชั่วคราว” ก็ตาม

การเข้ามาของทหาร (Military Intervention) ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 มี ข้อดี ตรงที่สามารถโค่นรัฐบาลทักษิณ และยับยั้งการนองเลือดที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่มันก็มี ข้อเสีย ที่ไม่อาจมองข้ามได้ก็คือ มันได้ตัดตอนและยับยั้งการเติบโตทางจิตสำนึกทางการเมืองของประชาชนที่เข้าร่วมกับขุมพลังพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวนเรือนแสนเรือนล้านให้หยุดชะงักลงอย่างน่าเสียดาย

โดยธรรมชาติของพลังที่สองหรือพลังของระบบราชการ อย่างกองทัพการจะคาดหวังว่าจะเกิด “การปฏิรูปทางการเมืองที่แท้จริง” นั้นเป็นเรื่องที่ยาก เขา เองจึงเข้าใจความรู้สึกที่ค่อนข้างจะผิดหวังของ สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ประกาศยุติบทบาทไปแล้ว และหันไปทำหน้าที่สื่อตามเดิมได้ว่า พวกตนต่อสู้เสี่ยงตายมาถึงหนึ่งปีเต็มจนโค่นล้มระบอบทักษิณลงได้ แต่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นยังไม่อาจจับต้องได้ ขณะที่รัฐบาลของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เข้ามารักษาการก่อนให้มีการเลือกตั้งใหม่ในปลายปีนี้ ก็ขาดวิสัยทัศน์ในการปฏิรูปประเทศนี้อย่างจริงจัง ไม่แต่เท่านั้น ยังแสดงทีท่าว่าจะ “ประนีประนอม” หรือ “สมานฉันท์” กับกลุ่มอำนาจเก่าที่เพิ่งถูกโค่นลงไปด้วย ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง พลังของการเมืองภาคประชาชนที่กำลังเติบโต ก็จะถูกกีดกันออก แล้วปล่อยให้ พลังของธนกิจการเมือง กลุ่มที่ไม่ใช่ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาครองอำนาจร่วมกับ พลังของระบบราชการ (อำมาตยาธิปไตย) “คืนชีพ” ขึ้นมาอีกครั้งแทน

ในภาวการณ์เช่นนี้ ภาคประชาชน จะทำอะไรได้ และสมควรทำอะไรดี?

“เขา” บังเกิดความคิดที่อุกอาจประการหนึ่งขึ้นมา ในขณะที่กำลังนั่งบำเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่บนโขดหินก้อนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมห้วยน้ำตกป่าละอูนั้น

ทำไมไม่เคลื่อนไหว การเมืองแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (Politics of The Divine) เล่า?

ทำไมไม่ลงมือ ปฏิบัติการทางจิตวิญญาณเพื่อชักนำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ามาแทรกแซง (Divine Intervention) เล่า?

ทำไมไม่เพิ่มมิติของ การเมืองฝ่ายเบื้องบน หรือ การเมืองแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เข้าไปใน การเมืองภาคประชาชน โดยเป็น การเมืองของผู้ที่ปวารณาตัวเองที่จะเป็น “เครื่องมือ” ให้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือ จิตศักดิ์สิทธิ์ (The Supramental Conscious) เล่า?

ศรี อรพินโธ คือบุคคลแรกในยุคสมัยใหม่ที่เป็นผู้บุกเบิก การเมืองแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 หากตัว เขา คิดจะผลักดันเคลื่อนไหว การเมืองแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในการเมืองภาคประชาชน ของประเทศนี้ ก่อนอื่นตัว เขา จะต้องเป็นหนึ่งเดียวกับความคิด และจิตวิญญาณ รวมทั้งวิถีของ ศรี อรพินโธ เสียก่อน

ด้วยปัจจัยเงื่อนไขที่ค่อนข้างจะพร้อมอยู่แล้วของตัว เขา ตัว เขา ได้แต่หวังว่า เขา จะสามารถบรรลุภารกิจนี้ได้ และทันกาล







 

Powered by MakeWebEasy.com