คำนิยม

คำนิยม


คำนิยม
 


 
หลายวันก่อนได้พบเจอกับมิตรสหายรุ่นน้องคนหนึ่งเขาเอ่ยปากชมข้อเขียนของ ปกป้อง จันวิทย์ ซึ่งเขียนคำนิยมให้กับหนังสือ "การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงลึก"”ของอาจารย์สุวินัย” (คำนิยมของอาจารย์ปกป้องสามารถอ่านได้ในภาคผนวกท้ายเล่ม)


ในช่วงที่ผ่านมานั้นมีงานเขียนของ สุวินัย ภรณวลัย ออกมาอย่างน้อยที่สุดที่พอจะจัดแบ่งเป็นชุดๆได้ก็ 2 ชุดคือ  


ชุดภูมิปัญญาตะวันออก (มวยจีนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า , ความรักกับจอมยุทธ์ , วัชรเซน , มูซาชิฉบับท่าพระจันทร์ , ยอดคคน HEART&SOUL และงานแปลหนังสือชุดหมากล้อมซึ่งได้แก่หมากพลิ้วสะท้านฟ้า , สัปยุทธ์ไร้เทียมทาน , เพลงหมากเทพคำนวณ)  


และอีกหนึ่งคือ ชุดภูมิปัญญาบูรณาการ (แกะรอยทักษิโณมิคส์ , การเมืองเชิงบูรณาการ , การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงลึกและภูมิปัญญามูซาชิ...วิถีแห่งกลยุทธ์เชิงบูรณาการสนพ. Open books) (อนึ่งรายชื่องานเขียนทั้งหมดของอาจารย์สุวินัยภรณวลัยสามารถดูได้จาก www.dragon-press.com)


หนังสือที่อยู่ในมือของท่านนี้เป็นหนังสือในชุดภูมิปัญญาตะวันออกหากแต่เป็นงานที่เขียนขึ้นใหม่โดยในภาคแรกนั้นเป็นงานเขียนในเรื่องคัมภีร์มังกรวัชระของเขาที่ได้รับการปรับปรุงใหม ส่วนภาคหลังนั้นเป็นงานที่ได้รวบรวมไว้ในหนังสือ หัวใจบูรพาซึ่งจัดพิมพ์เพื่อฉลองครบรอบ 48 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีโดยสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แต่กระนั้นก็ไม่ได้เผยแพร่แก่สาธารณชนในวงกว้างมาก่อน


หากงานเขียนใน ชุดภูมิปัญญาบูรณาการ เป็นตัวแทนของ แก่นความคิดของ สุวินัย คงจะไม่เกินเลยไปหากจะเรียกงานเขียนใน ชุดภูมิปัญญาตะวันออก ว่าเป็นเครื่องบ่งชี้ถึง แก่นชีวิตของเขาซึ่งแม้ว่าทั้ง 2 สิ่งนั้นถูกสะท้อนออกมาอย่างเสมือนแทบจะหาจุดเชื่อมร้อยไม่ได้


หนึ่งนั้นคือบทวิเคราะห์ที่หยั่งลึกทางเศรษฐศาสตร์การเมืองและศาสตร์แขนงต่างๆ


อีกหนึ่งคือบันทึกแห่งชีวิตบนรอยทางแห่งการพัฒนาตัวตนตามวิถีตะวันออก


แต่ในที่สุดคำนิยมของคนรุ่นใหม่ คนหนึ่งอย่าง ดร. ปกป้อง จันวิทย์ แห่งคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็น่าจะทำหน้าที่ต่อเชื่อมรอยแยกในความรู้สึกดังกล่าวได้ในระดับหนึ่งนั่นไม่นับว่ามันอาจทำหน้าที่เป็นสะพานความคิดที่จะนำสารและสาระจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่ผู้คนรุ่นเดียวกับตนดังที่มิตรสหายรุ่นน้องของผมเขารู้สึกได้


จะว่าไปแล้วสำหรับผม คำนิยมของปกป้อง (ซึ่งค่อนข้างจะยาวกว่าคำนิยมโดยทั่วไป) กลับไปปลุกเร้าบรรยากาศ โหยหาอดีตขึ้นในห้วงความรู้สึกของผมเองผมนึกไปถึงตัวเองเมื่อเกือบสิบปีก่อนเด็กหนุ่มที่ถูกบ่มมาในเบ้าแบบวัตถุนิยมเต็มคราบแม้ไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่เคยเชื่อหรือมอบศรัทธาแก่ผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณคนใด


นั่นไม่นับว่าออกจะเฝ้ามองอย่างหวาดระแวงไปด้วยซ้ำเมื่อเดินเข้าไปพบกับ สุวินัย เป็นครั้งแรกอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะโดนไล่ตะเพิดออกมา


วันที่เริ่มก้าวไปทาง ทิศตะวันออกที่เขาเคยเดินที่วังวนแห่งชะตากรรมที่พัดพาเราไปเจอเรื่อง ตลกร้าย จากเบื้องบนด้วยกัน


วันที่สายลมแห่งการแยกจากพัดพาเราออกห่างกันหรือจะนับถึงวันนี้ที่ผมยังคงเรียกขาน สุวินัย ว่า อาจารย์และเคารพโดยความหมายที่เป็นแก่นของถ้อยคำนี้


 
เวทินชาติกุล
ว่าที่ดุษฎีบัณฑิตคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 อาจารย์พิเศษภาควิชาปรัชญามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ




Powered by MakeWebEasy.com