คมดาบซากุระ 2 : ผู้อยู่เบื้องหลัง "คลิป" โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย (31 กรกฎาคม 2556)

คมดาบซากุระ 2 : ผู้อยู่เบื้องหลัง "คลิป" โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย (31 กรกฎาคม 2556)



ผู้อยู่เบื้องหลัง "คลิป"

โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย

31 กรกฎาคม 2556





อยากรู้ใครเป็นผู้ทำจริง ต้องอ่าน


       
       ความวัวของคลิปเสียงการสนทนาระหว่างหนูแก่สกปรกกับคนหนีคุกที่ลูกชายทักษิณมายืนยันในภายหลังว่าเป็นเสียงของพ่อตนเองจริงยังไม่ทันจางหาย ความควายของคลิปภาพและเสียงของกลุ่มอัลกออิดะห์ขู่ฆ่าทักษิณ ชินวัตร คน “ดี” ของเสื้อแดงก็เข้ามาแทรกโดยพลัน
       


       ยังนี้ไม่เรียกว่าขาลงแล้วจะเรียกว่าอะไร?


       
       ในประเด็นที่มาของคลิปทั้งสอง จนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าคลิปเสียงสนทนาดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่โดยใครกันแน่ แต่ที่แน่ๆ และชัดเจนก็คือสามารถกะเกณฑ์เวลานำมาเผยแพร่ให้มีผลได้อย่างที่ถูกจังหวะเวลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีผลทำให้แผนการที่เสนอเพื่อแลกตำแหน่งอันมีเนื้อหาสาระแทรกแซงเหล่าทัพและต่อรองเบื้องสูงเพื่อให้คนหนีคุกได้พ้นผิดกลับบ้านโดยไม่ต้องติดคุก ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะภายหลัง “งับเหยื่อ” มีการให้-รับตำแหน่งแต่ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามที่เสนอต่อไปได้
       


       ในทำนองเดียวกัน การเปิดเผยคลิปขู่ฆ่า แม้จะมีการนำออกเผยแพร่ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 2-3 ชั่วโมงแต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เข้าเป้าเพราะทำให้การเฉลิมฉลองในช่วงวันคล้ายวันเกิดของเป้าหมายต้องกร่อยไปในพริบตา


       
       หากเปรียบคลิปทั้งสองเป็นระเบิดก็สามารถจุดชนวนให้โดนเป้าได้อย่างแม่นยำไม่ก่อนหรือหลังเวลาที่เหมาะสมแต่อย่างใด
       


       เป็นเรื่องน่าแปลกที่ปฏิกิริยาต่อคลิปทั้งสองนั้นแตกต่างกันเป็นอย่างมาก
       


       กล่าวคือในส่วนของคลิปเสียงสนทนาระหว่างหนูแก่สกปรกกับคนหนีคุกนั้นรัฐบาลพยายามจะ “ลืม” ไม่มีการสอบสวนที่มาที่ไปเพื่อยืนยันว่าใครเป็นผู้พูด ในขณะที่ผู้ที่ถูกพาดพิงต่างก็ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผบ.เหล่าทัพทั้งหลายทั้งไม่ปฏิเสธหรือยอมรับทั้งๆ ที่มันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียกับตำแหน่งและสถาบันที่ตนเองรับผิดชอบดูแลโดยตรง
       


       หรือว่าเรื่องนี้ก็เฉกเช่นเดียวกับการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ที่ทั้งไม่รับและไม่ปฏิเสธว่ามีอยู่อย่างนั้นหรือ?
       


       ในทางตรงกันข้าม คลิปขู่ฆ่าที่กล่าวว่า “. . . เราจะฆ่าคุณเพื่อล้างแค้นให้กับพี่น้องมุสลิมของเราทั้งหญิงชาย เราขอร้องให้ประเทศมุสลิมในโลกนี้ เมื่อไรก็ตามที่พบคุณเดินทางเข้าประเทศ ก็ให้ฆ่าได้ในทันที” ผบ.ทบ.กลับออกมากล่าวถึงคลิปดังกล่าวว่า “ไม่ว่าใครจะพูดก็มีผลเสียกับประเทศไทยทั้งสิ้น . . . ทำให้ทั่วโลกกลับมาสนใจประเทศไทยว่าเกิดอะไรขึ้น” ห่วงว่าจะกลายเป็นเรื่องเป็นประเด็นระหว่างประเทศไปเสีย
       


       นั่นนะซิ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! เหตุก็เพราะมันเป็นคลิปผู้ก่อการร้ายกลุ่มอัลกออิดะห์ขู่ฆ่าผู้ก่อการร้ายที่ชื่อทักษิณที่ทางการไทยกล่าวโทษกับพวกอยู่ในศาลขณะนี้ มันสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยตรงที่ใดหากโจรกลุ่มหนึ่งจะข่มขู่ฆ่าโจรอีกคนหนึ่ง มันเป็นเรื่องปกติวิสัยสำหรับโจรอยู่แล้วมิใช่หรือ?
       


       อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่เคยแสดงท่าทีเคารพยำเกรงต่อกฎหมายของประเทศไทยแต่อย่างใด การหนีประกันไม่มาฟังคำพิพากษาของศาล กล่าวหากระบวนการยุติธรรมไทยทุกครั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ แสดงพฤติกรรมเป็นพลเมืองของชาติอื่น แถมยังจะให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมแทรกแซงอำนาจศาลอีก สมควรแล้วหรือที่จะนำเอากลไกเครื่องมือรัฐไทยที่มีไว้ปกป้องพลเมืองตนเองมาใช้กับพลเมืองชาติอื่น เช่น ทักษิณ ชินวัตร
       


       ภราดร หรือ ประชา ช่วยตอบให้หายสงสัยหน่อยได้หรือไม่ ทำไมจึงจะต้องยอมเสียเงินจากภาษีของประชาชนและเสียเวลาไปหาผู้อยู่เบื้องหลังมาลงโทษ? หรือว่าท่านทั้งสองไม่มีงานอื่นๆ ทำแล้ว?


       
       ในอีกมุมหนึ่ง หากประเด็นผู้ก่อการร้ายเป็นเรื่องนโยบายสาธารณะ หรือ public policy เช่นเดียวกับเรื่องโจรสลัดในสมัยโบราณ เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับทุกประเทศมิใช่ประเทศไทยแต่เพียงลำพังเพราะได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายหรือมีพฤติกรรมเป็นโจรสลัด ทำไมรัฐบาลหรือแม้แต่ ผบ.ทบ.จึงไม่เป็นเจ้าภาพจัดการเรื่องนี้เสียเองตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่


       
       ไม่ว่าผู้ก่อการร้ายจะชื่ออะไรก็เป็นการก่อการร้ายมิใช่หรือ กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยสำหรับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เช่นเดียวกัน ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องความมั่นคงท่านมีหน้าที่รักษากฎหมายมิใช่เลือกที่จะรักษากฎหมายตามใจชอบ ชื่อผู้ก่อการร้ายนั้นมันสำคัญไฉน?
       


       ส่วนประเด็นที่ว่าเป็นเรื่องจริงหรือทำปลอมขึ้นมาของคลิปขู่ฆ่าดังกล่าวจึงน่าจะเป็นประเด็นรองลงไปเพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคลิปทั้งสองนั้นได้ประจานคนในรัฐบาลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องรักษากฎหมายและความมั่นคงอย่างล่อนจ้อนว่าเป็นสองมาตรฐานเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจนตรงจุด
       


       เหมือนเช่นอธิบดีธาริตของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการตามล่าตัวกับสมีคำมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไทยอย่างแข็งขันอันเป็นพฤติกรรมที่ตรงข้ามกับกรณีทักษิณ


       
       หากอยากจะทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องขาลงทั้งเศรษฐกิจการเมืองรวมถึงคลิปทั้งสองในขณะนี้ ก็ขอให้หันหน้าเข้ามาใกล้ๆ กระซิบบอกให้เอาบุญว่า พระสยามเทวาธิราช นั้นแหละ มีจริงทำจริง





Powered by MakeWebEasy.com