คมดาบซากุระ 2 : ยิ่งฯ-อำมหิต-ชินวัตร โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย (22 มกราคม 2557)

คมดาบซากุระ 2 : ยิ่งฯ-อำมหิต-ชินวัตร โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย (22 มกราคม 2557)



 

ยิ่งฯ-อำมหิต-ชินวัตร


โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย

22 มกราคม 2557






       ความอำมหิตทำให้เธอกลายเป็น “ซอมบี้”
       ตายก็ไม่ได้ เป็นก็ไม่ได้เช่นกัน
       


       การคงอยู่ยืน “ด้าน” เด่นอย่างท้าท้ายของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์กำลังเป็นความอำมหิตที่เธอผู้นามสกุลชินวัตรนี้กำลังกระทำกับ ประชาชนทุกคนในประเทศไทย
       


       ประการแรก การดื้อดึงทำโครงการจำนำข้าวในราคาที่สูงเกินกว่าราคาตลาดที่ทักษิณผู้หนีคำ พิพากษาจำคุกคิดและเธอเอามาทำนั้นกำลังเป็นความอำมหิตต่อชาวนาและอุตสาหกรรม ข้าวไทย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชาวนามาขายข้าวในรัฐบาลแล้วไม่ได้เงิน
       


       เท่าที่ตรวจสอบดูจากข้อมูลหลายแหล่ง การจำนำข้าวที่ทำไป 2 ปี คือระหว่างปี 2554-6 มีการใช้เงินงบประมาณรัฐไปซื้อข้าวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดถึงประมาณ 7 แสนล้านบาท แต่ระบายขายออกไปได้เพียงประมาณ 1.46 แสนล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นการขายในประเทศมากกว่าต่างประเทศตรงข้ามกับ ที่กล่าวอ้าง วงเงินงบประมาณ 5 แสนล้านบาทที่ตั้งเอาไว้สำหรับการนี้จึงไม่พอเพียงเพราะระบายขายออกไปได้ น้อยมาก
       


       อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์จึงทำให้โครงการนี้กลายเป็นดังเช่น “แชร์แม่ชม้อย” ที่ต้มตุ๋นผู้คนหลอกลวงเอาเงินคนหลังจ่ายไปให้คนก่อนหน้า หาได้ทำมาค้าขายจากเงินที่มีคนนำมาให้ลงทุนจนมีกำไรตอบแทนแต่อย่างใดไม่ เมื่อไม่สามารถหาเงินใหม่มาจ่ายให้กับเงินเก่าได้ อวสานจึงเป็นปลายทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
       


       การ “อมข้าว” เอาไว้ไม่สามารถขายไม่ออกโดยไม่ขาดทุนในจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ “ทุนหายกำไรหด” นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมจึงไม่มีเงินมาจ่ายชาวนาในปัจจุบัน
       


       อำมหิตประการต่อไปคือการบังคับให้คนไทยไปเลือกตั้ง
       


       เป็นที่แน่ชัดแล้วว่ากำหนดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์และระบอบทักษิณวาดหวังเอาไว้ว่าจะเป็นการสร้างความชอบธรรมในการ อยู่ในอำนาจต่อไป แต่ผลของการเลือกตั้งดังกล่าวก็ไม่สามารถทำให้เธอสามารถฟื้นคืนจากความตาย ทางการเมืองจากการยุบสภาไปได้
       


       เธอและระบอบทักษิณจะสามารถเปิดสภาฯ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไรในเมื่อ 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ซึ่งไม่รู้ว่าจะทอด เวลาไปนานอีกสักเท่าใด มิพักจะกล่าวถึงอีก 24 เขตที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียวที่ต้องเอาชนะทั้ง Vote No และเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำร้อยละ 20 ของทั้งหมด รวมถึงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 125 คนที่จะไม่สามารถประกาศได้เพราะไม่สามารถหาคะแนนรวมของผู้มาลงคะแนนเลือก ตั้งทั้งหมดของประเทศได้แล้วจะกำหนดสัดส่วนคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อแต่ละพรรคได้อย่างไร?
       


       หากเวลาผ่านพ้นไปจาก 1 เป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 เดือนแล้วก็ยังได้ ส.ส.ไม่ครบเกณฑ์เปิดสภาฯ ร้อยละ 95 ของทั้งหมดได้ การชิงยุบสภาที่ทำให้เธอ “ตาย” ไปทางการเมืองทั้งๆ ที่มี ส.ส.ในมือเต็มสภาฯ และไม่ต้องมาเป็นรัฐบาลรักษาการแบ่งอำนาจกับ กกต. เมื่อ 9 ธ.ค. 56 จึงเป็นหมากที่พลาดทำให้แพ้ทั้งกระดานเพราะไม่สามารถกลับมา “เกิด” ใหม่ได้นั่นเอง
       


       คิดตื้นๆ แต่เพียงว่ากอดกฎหมายเป็นรัฐบาลรักษาการจะเป็นเกราะป้องกันการหลุดจากอำนาจ ได้ การไปตายเอาดาบหน้าจึงเป็นการตายจริงๆ ในดาบนี้
       


       วาทกรรมเลือกตั้งเพื่อกำหนดชะตาหรือเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าของ เธอและพวกจึงน่าจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามเสียมากกว่า ประเทศจะประสบปัญหา “เดินถอยหลัง” ไม่สามารถเปิดสภาฯ จัดตั้งรัฐบาลได้ หากเป็นรัฐบาลรักษาการไปเรื่อยๆ จะทำอะไรได้?
       


       หรือหากเปิดสภาฯ ได้ด้วยกลวิธีใดก็ตาม แต่ก็จะต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งที่มีแนวโน้มที่จะต้องยุบสภาในเวลาไม่ นานนัก ประเด็นก็คือ เธอและส.ส.ในพรรคของเธอเกือบ 300 คนที่เป็นผู้สมัครทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อต่างก็ถูกปูนหมายหัวถอดถอนและดำเนินคดีไว้เรียบร้อย โดยศาลหรือ ป.ป.ช.จากการกระทำผิดทั้งการแก้ไขที่มาของ ส.ว.การทุจริตจำนำข้าว และข้อหาอื่นๆ ที่กำลังจะติดตามมาอีกมากที่กำลังเป็นเชือกรัดคอเข้ามาเรื่อยๆ
       


       ผิดถูกมิได้อยู่ที่มือของ ส.ส.ที่เธอจะมีในอนาคตแต่อย่างใดหากแต่ถูกชี้โดยผู้อื่น ยิ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามามากเท่าใดก็มีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะไม่สามารถหา ส.ส.มาทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส.ส.บัญชีรายชื่อหากต้องถูกถอดถอนดำเนินคดี


       
       ปัญหาความยุ่งยากจะเกิดมากขึ้นเมื่อรัฐบาลรักษาการไม่สามารถเปิดสภาฯ ได้ขณะที่จะยุบสภาใหม่อีกครั้งจะทำได้หรือ? รัฐบาลรักษาการของเธอจะกลายเฉกเช่นเป็น “ซอมบี้” ตายก็ไม่ได้เป็นก็ไม่ได้ อำนาจในการบริหารก็ไม่มี แย่และเลวร้ายกว่าตายจริงเสียอีก
       


       สิ่งที่ กปปส. เรียกร้องให้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ลาออกจึงเป็นหนทางที่ง่ายและเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่าการดัน ทุรังอยู่ต่อโดยโหนการเลือกตั้งเป็นเครื่องฟอกตัวอ้างว่าต้องเป็นนายกฯ และรัฐบาลรักษาการ ทุกๆวันที่เธออยู่ต่อประเทศก็จะยิ่งเสียประโยชน์ในการ “เดินก้าวไปข้างหน้า” มากเท่านั้น สวรรค์มีประตูก็ไม่ไป นรกไม่มีประตูก็จะพังเข้ามา
       


       ส่วนวาทกรรม Respect My Vote นั้นควรจะเลิกพูดได้แล้วเพราะหากคนในประเทศไม่เคารพผลการลงคะแนนคิดหรือว่า อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์จะสามารถมาเป็น “อดีต” หลังจากอยู่ในอำนาจถึงกว่า 2 ปีได้
       


       
ประเทศไทยและคนไทยจึงถูกทำร้ายด้วยการ “แช่แข็ง” จากความอำมหิตของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ที่เอาแต่ประโยชน์ของชินวัตร



 

Powered by MakeWebEasy.com