คมดาบซากุระ 2 : ผู้นำทางปัญญา: ชั่วช้าและขาดเขลา โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย (12 มีนาคม 2557)

คมดาบซากุระ 2 : ผู้นำทางปัญญา: ชั่วช้าและขาดเขลา โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย (12 มีนาคม 2557)


ผู้นำทางปัญญา : ชั่วช้าและขาดเขลา


โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย

12 มีนาคม 2557



 
      ความกล้าหาญทางจริยธรรม
      เป็นคุณสมบัติที่ผู้นำทางปัญญาต้องมี


       
       ผู้เขียนอยากจะขอเป็นแนวร่วมทางความคิดกับไสว บุญมาในเรื่องผู้นำทางปัญญาของไทยจากบทความผู้จัดการออนไลน์ 11 มี.ค.57 “ผู้นำทางปัญญา : ชั่วช้าหรือขาดความกล้าหาญ” ที่ผ่านมาว่า ชั่วช้าและขาดความกล้าหาญทางจริยธรรมโดยแท้
       


       ผู้นำทางปัญญาดังกล่าวข้างต้นอาจเป็นได้ทั้งที่สังกัดอยู่กับสถาน ศึกษาและที่มิได้สังกัดและชอบอ้างตัวว่าเป็นปัญญาชนสาธารณะ เช่น คอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์ หรือผู้วิจารณ์ข่าวสารบ้านเมืองในสื่อประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิทยุหรือโทรทัศน์


       
       คำเรียกว่า อาจารย์ จึงเป็นได้ตั้งแต่ หมอนวด หมอดู จนถึงอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ผิดกับคำว่า ครู โดยสิ้นเชิง
       


       ผู้นำทางปัญญาเหล่านั้นและสื่อสารมวลชนต่างมีส่วนเป็นอย่างมากที่ ร่วมปลูกต้นไม้พิษในใจของประชาชน สร้างความแตกแยกและแตกต่างให้เกิดขึ้นในสังคมโดยอ้างถึงเสรีภาพทางวิชาการ อยู่อย่างสม่ำเสมอ
       


       ความแตกแยกในสังคมไทยปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก “คนเสื้อแดง” ที่เห็นต่างและแตกแยกกับจริยธรรมและคุณธรรมของคนกลุ่มอื่นๆ ในสังคมไทยนั้นมิได้เกิดมาโดยบังเอิญ หากแต่ถูกปลุกปั่นและมอมเมาด้วยการบิดเบือนในข้อเท็จจริงอย่างจงใจ ซึ่งใครจะทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าผู้นำทางปัญญาที่ชั่วช้าและขาดเขลา
       


       คู่กรณีของความขัดแย้งในขณะนี้จึงอยู่ระหว่างระบอบทักษิณที่พยายามจะ ทำลายระบบคุณธรรมและจริยธรรมของสังคมไทยเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องสามารถทำ ชั่วได้โดยอ้างว่าเป็นความดี กับคนในสังคมกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ยินยอมให้กระทำ เพราะความชั่วนั้นยังไงก็เป็นกรรมที่มิสามารถเอาบุญมาหักกลบลบล้างออกไปได้ เหมือนอย่างการทำบัญชี
       


       กรรมชั่วจึงเป็นบาปที่ต้องชดใช้ให้หมดเสียก่อนจึงจะมาเสวยกรรมดีที่ เป็นบุญ มิใช่เรื่องโง่ๆ อย่างตัดกรรม สะเดาะห์เคราะห์ หรือทำบุญให้มากเพื่อมาหักบัญชีไถ่บาปเหมือนที่พระวัดจานบินและอีกหลายๆ วัดยกขึ้นมาเป็นวาทกรรมบาป-บุญบิดเบือนหลอกลวงคำสอนที่มีมากว่า 2,500 ปีแต่อย่างใด
       


       การเจรจาที่หลายคนปรารถนาจึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สังคมใดก็ไม่อาจประนีประนอมระหว่างคนชั่วที่ไม่มีสำนึกกับกลุ่มคนดีที่ไม่ สามารถอดทนต่อการทำลายระบบคุณธรรมและจริยธรรมได้ จะให้คนดียอมถอยคนละก้าวโดยยอมกินขี้ผสมข้าวกับคนชั่วได้อย่างไร?
       


       ระบอบทักษิณและตัวทักษิณเองที่ผ่านมาคงมิได้มีความชาญฉลาดที่ลึกล้ำ จนมองเห็นและใช้ช่องว่างในรัฐธรรมนูญปี 2540 เพื่อประโยชน์ของตนเองหากมิใช่จากการชี้แนะจากผู้มีความรู้ การซุกหุ้นก็ดี การแก้ไขกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ในตนเองที่รู้จักในชื่อ คอร์รัปชันเชิงนโยบายก็ดี หรือแม้แต่นโยบายประชานิยม เช่น โครงการจำนำข้าว ต่างล้วนเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการชี้แนะและสนับสนุนของผู้นำทางปัญญา ดังกล่าว ผู้นำทางปัญญาจึงคิด ทักษิณบิดเบือน และน้องสาวหรือบริวารเอาไปทำ
       


       ระบอบทักษิณจึงเป็นอันตรายอย่างยิ่งยวดต่อสังคมไทยเพราะมิได้ คอร์รัปชันกินตามน้ำชักเปอร์เซ็นต์จากงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างซึ่งเป็นเพียง กระพี้เหมือนเช่นนักการเมืองรุ่นเก่าประพฤติปฏิบัติ หากแต่เป็นการเจาะเข้าไปกัดกินถึงแก่นของเศรษฐกิจและสังคมไทย จำนำข้าวจึงมิใช่แต่เพียงล้างผลาญงบประมาณที่นำมาใช้จ่ายแต่ได้ทำลายล้าง แก่นของเศรษฐกิจเช่นอุตสาหกรรมการผลิตข้าวที่มีคุณภาพซึ่งเป็นกระดูกสันหลัง ของสังคมไทยในชนบททุกภาคทั่วประเทศให้ย่อยยับไป


       
       นิธิและสาวกของเขาจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำทางปัญญาซึ่งมีอยู่ อย่างมากมายหลังช่วงปี 2544 ที่คิดและบิดเบือนข้อเท็จจริงมอมเมาสังคม มองเห็นจำนำข้าวว่าเป็นการเปลี่ยนทางสังคมไทยครั้งยิ่งใหญ่ มองไม่เห็นความชั่วในสิ่งที่ทักษิณกระทำ ขณะที่พร่ำเพ้อยึดแต่การเลือกตั้งเพียงลำพังว่าเป็นประชาธิปไตยที่ต้องรักษา วาดภาพทหารให้เป็นตัวการทำลายประชาธิปไตยโดยไม่มองกล่าวถึงเลยว่าเผด็จการ รัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งก็มิใช่ประชาธิปไตยเช่นกัน


       
       เพราะระบอบทักษิณอาศัยการเลือกตั้งเข้าสู่อำนาจ การเลือกตั้งจึงกลายเป็นเพียงพิธีกรรมที่ถูกสร้างขึ้นให้ดูศักดิ์สิทธิ์และ อยู่เหนืออำนาจอธิปไตยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนิติบัญญัติหรือศาล กล่องบัตรเลือกตั้งจึงเป็นตัวตนประชาธิปไตยของพวกเขาที่อยู่เหนือสิ่งที่ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ความขัดแย้งในขณะนี้จึงมาจากการบิดเบือนข้อเท็จจริงดังกล่าว สร้างวาทกรรมจอมปลอม เช่น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจและอยู่เหนือความผิดใดๆ ทั้งปวง มีความชอบธรรมที่จะอยู่ครบวาระจะให้ใครหรืออำนาจอธิปไตยอื่น เช่น ศาล หรือองค์กรอิสระ มาไล่ออกไม่ได้ต้องประชาชนมาออกเสียงไม่เลือกพวกเขาเท่านั้น ส.ส./ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจที่จะปู้ยี่ปู้ยำรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ ได้


       
       ผู้นำทางปัญญาที่ชั่วช้าและขาดเขลาจึงสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตยเข้ามา ปลูกต้นไม้พิษบิดเบือนวิชาการและความจริงในสังคมผ่านทั้งการสอนการวิพากษ์ และสนับสนุนสิ่งที่ผิดโดยความขลาดขาดความกล้าหาญทางจริยธรรมของผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเอาแต่อ้างของเสรีภาพทางวิชาการเพื่อละเว้นความรับผิดชอบที่พึง มี
       


       ในขณะที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐที่ประชาชนเป็นเจ้าของยังให้เสรีภาพ กับผู้นำทางปัญญาเหล่านั้นทำในทิศทางที่ขัดแย้งกับวัตถุประสงค์และความต้อง การของสังคมไทย แต่สภามหาวิทยาลัยชินวัตรจะยอมจ้างให้งานให้เสรีภาพอาจารย์ตนเองมาวิพากษ์ ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัวในการกระทำที่ผ่านมาอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่? มหาวิทยาลัยชินวัตรที่กิตติรัตน์เคยเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยจะสอนนักศึกษา หรือยินยอมและอนุมัติปริญญาให้นักศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการจำนำข้าว หรือการโกหกของคนเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นี่คือตัวอย่างของอันตรายที่เกิดจากผู้นำทางปัญญาที่กลายเป็นเมธีบริกร มิเช่นนั้นจะเกิดเช่นกรณีกลุ่มนิติราษฎร์หรือ 2 เอา 2 ไม่เอา ได้อย่างไร
       


       สังคมมิได้ขัดขวางการแสดงเสรีภาพทางความคิด หากแต่สังคมเริ่มกังขาและสงสัยว่าทำไมจึงบิดเบือนไม่พูดถึงข้อเท็จจริงและ การชี้นำของผู้นำทางความคิดทั้งหลายว่าอะไรคือความดีความชั่ว
       


       หากพวกเขาและเธอไม่สามารถแยกแยะความจริงระหว่างความดีกับ ชั่วที่เปรียบเสมือนขี้และข้าวได้ หรือขาดความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะแสดงจุดยืนว่าไม่ร่วมยอมกินขี้ด้วยหรือ คบกับคนที่กินขี้ แล้วจะเป็นผู้นำทางปัญญาชี้นำทางออกให้แสงสว่างทางปัญญากับสังคมต่อไปได้ อย่างไร? 


      
อำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ
 
ผู้นำทางปัญญา: ชั่วช้าและขาดเขลา
                  
 
  อำนาจอธิปไตยที่บิดเบี้ยวของระบอบทักษิณ
 
ผู้นำทางปัญญา: ชั่วช้าและขาดเขลา



 
 

Powered by MakeWebEasy.com