คมดาบซากุระ 2 : หน้าต่างกับยุง โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย (23 กรกฎาคม 2557)

คมดาบซากุระ 2 : หน้าต่างกับยุง โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย (23 กรกฎาคม 2557)


หน้าต่างกับยุง


โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย

23 กรกฎาคม 2557





       ปิดหน้าต่างไม่มียุงมากวนใจ แต่หายใจไม่ออก
       เปิดหน้าต่าง หายใจสบายแต่รำคาญยุง


       
       ผู้เขียนดีใจที่ คสช.เข้ามาแก้ไขประกาศฉบับที่ 97 ได้ทันท่วงที แต่ก็ยังกังวลใจว่าหน้าต่างประวัติศาสตร์ที่ คสช. เปิดเอาไว้นั้นจะนำมาพาประเทศไทยไปสู่ที่จุดใด
       


       ครึ่งแรกของการเข้ามาเป็นรัฏฐาธิปัตย์ควบคุมอำนาจปกครองของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ที่มีแต่ไม่สามารถใช้ได้นั้น คสช.ทำได้อย่างดี ใครไม่เชื่อก็คงไม่ว่ากัน แต่ผู้เขียนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ต่างให้การสนับสนุนซึ่งน่าจะเป็นข้อเท็จ จริงที่ปฏิเสธได้ยาก หาไม่แล้วคงหากไม่เกิดสงครามกลางเมืองกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องมีการปราบ ปรามอย่างรุนแรงนองเลือดเหมือนเช่นการยึดอำนาจทั่วไป
       


       แต่ครึ่งหลังที่จะเข้ามาจัดระเบียบอันเป็นเป้าหมายที่ได้ตั้งใจเอา ไว้ก่อนที่จะกลับออกไปนี้แหละที่จะยากกว่าตอนเข้ามาหลายเท่านัก
       


       สิ่งที่เป็นความขัดแย้งและเป็นสาเหตุให้ คสช.ต้องเข้ามาจัดระเบียบก็คือ ระบอบทักษิณที่อาศัยเสื้อคลุมประชาธิปไตยเข้าสู่อำนาจด้วยการเลือกตั้ง แต่พยายามจะทำลายระบบคุณธรรมและจริยธรรมของสังคมไทยเพื่อให้ตนเองและพวกพ้อง สามารถทำชั่วได้เพราะมาจากการเลือกตั้งโดยอ้างว่าเป็นความดี กับคนในสังคมกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ยินยอมให้กระทำ
       


       หาใช่ความขัดแย้งระหว่างคนเสื้อแดงกับคนกลุ่มอื่นๆ แต่อย่างใดไม่ หาก คสช.ยังคิดว่าตนเข้ามาแก้ไขเพื่อยุติความขัดแย้งบาดหมางระหว่างแดงกับเหลือง หรือ กปปส. เป้าหมายหรือโจทย์ก็คงจะผิดตั้งแต่ต้นและการเข้ามาของ คสช.ก็คงจะเป็นการเสียของอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย


       
       ทักษิณและแกนนำอาจมีคนไม่เท่าไร แต่คนอื่นๆ ที่ระบอบทักษิณได้ทำให้คิดเหมือนเขาในสังคม “โกงไม่ว่า ถ้าเอามาแบ่งกัน” มากว่า 10 ปีด้วยประชานิยมหรือฉ้อโกงด้วยนโยบายทางการเมืองนี่สิที่เป็นประเด็นปัญหา เป็นโจทย์ที่ คสช.ต้องแก้ไขเพื่อมิให้เสียของ


       
       สรยุทธ-ไร่ส้มที่ยักยอกรายได้ของ อสมท เป็นตัวอย่างอันดีของคนที่คิดเหมือนทักษิณที่เชื่อว่ายังมีอยู่อีกมาก ในฐานะของสื่อที่มีหน้าที่ “หมาเฝ้าบ้าน” แต่กลับร่วมกับพนักงาน อสมท ยักยอกรายได้ เมื่อถูกจับได้ก็คืนเงินแต่ไม่ยอมรับผิด ขณะที่สื่อเช่นช่อง 3 ที่มีส่วนได้เสียก็ยังยอมให้มีที่ยืนให้เวลาทำรายการเพราะเขาเป็นตัวทำเงิน อ้างแต่ว่ายังเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่เนื้อแท้แล้วเป็นวาทกรรมรองรับการกระทำชั่วของตนเอง ทำไมกรณีเจ้าของเรือเซวอลหรือครูที่เป็นเจ้าของโครงการพานักเรียนไปขึ้นเรือ ดังกล่าวจึงต้องฆ่าตัวตาย ทั้งๆ ที่ยังเป็นแค่ผู้ถูกกล่าว เหตุก็เพราะสังคมเกาหลีไม่ให้ที่ยืนเสียแล้ว
       


       ยิ่งลักษณ์ก็เช่นกันกับพี่ชาย เริ่มไม่มีที่ยืนในสังคมไทยจากโครงการจำนำข้าวทุกเมล็ดที่สร้างความวิบัติ อย่างเหลือเชื่อว่าจะทำกับบ้านเกิดตนเองได้เยี่ยงนี้
       


       ดังนั้น การจัดงานปรองดองที่ทำอยู่จึงเป็นแค่เปลือกที่มิใช่แก่นของการแก้ไขจัด ระเบียบที่แท้จริงแต่อย่างใด เหมือนดังเช่นที่ กกต.จะพยายามออกกฎหมายให้พรรคการเมืองแข็งแกร่ง จะทำให้คนปรองดองกันได้ก็ต้องเอาความจริงมาแฉมาพูดกันจึงจะจับมือเลิกแล้ว ต่อกันได้อย่างสนิทใจ รักแท้ของจริงจึงอยู่เหนือการโปรโมต


       
       ภาพแกนนำเสื้อแดงบางคนที่มางานปรองดองที่สนามหลวง พวกเขานอกจากกลายเป็นเบี้ยหมากที่หมดราคาแล้วเพราะถูกถอดเขี้ยวเล็บและทำให้ เชื่องราวกับ “ถูกตอน” ก็ไม่ปาน อาจมองได้ว่านี่เป็นการซูเอี๋ยหรือออมชอมกันระหว่าง คสช.กับระบอบทักษณเหมือนอย่างที่บางคนมอง/สรุปอย่างนั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งนี่เป็นการประกาศศักดาอีกรูปแบบหนึ่งของ คสช.เหนือขุมพลังต่างๆ ในบ้านเมืองตอนนี้ต่างหาก
       


       อย่างไรก็ตาม แม้จะมีอำนาจเท่าใด การจะเปิดหน้าต่างประวัติศาสตร์ของ คสช.นั้นแน่นอนว่าต้องมียุง หากจะปิดหน้าต่างเพื่อกันยุงก็สำเร็จได้ยาก
       


       ข้อเสียของสังคมไทยคือไม่รู้จักแยกแยะ มักง่ายใช้วิธีฟังเขาเชื่อเอาเช่นจาก “เล่าข่าว” เขาว่ามาโดยไม่สนใจหาข้อเท็จจริงด้วยตนเองเพื่อการตัดสินใจ หาก คสช.ไม่แยกแยะว่าสื่อใดพูดจริงหวังดีกับสื่อใดโกหกหวังร้ายเหมารวมไปหมด ยุงหรือ “หมาเฝ้าบ้าน” ก็จะไม่มีอัตตาจากอำนาจที่มีอยู่ก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณเพราะไม่มีใคร คอยห้ามคอยแย้งให้รำคาญใจ


       
       หากยิ่งลักษณ์และญาติกาหนีไปไม่กลับมาก็คงไม่ต้องบอกว่าใครจะต้องรับ ผิดชอบ เชื่อว่าคนไทยขณะนี้ไม่ต้องการยึดทรัพย์แต่ต้องการหาคนรับผิดชอบ


       
       
ศรัทธาและความไว้ใจก็เป็นเหมือนเช่นน้ำ ลอยเรือก็ได้ ล่มเรือก็ได้เช่นกัน ทั้งทักษิณและยิ่งลักษณ์เข้าใจดียิ่งกว่าใคร แล้วคุณสมชายจะเข้าใจบ้างหรือไม่?



 

Powered by MakeWebEasy.com