จิตสำนึกแห่งทางเลือกในยุคทักษิณครองเมือง (4) 20/9/48

จิตสำนึกแห่งทางเลือกในยุคทักษิณครองเมือง (4) 20/9/48



จิตสำนึกแห่งทางเลือกในยุคทักษิณครองเมือง (4)



4. ความเปราะบางของ "ยานทักษิณ"


"ไตรโลกเชื่อมโยงอยู่ด้วยใจดวงเดียว ถ้า ใจปราศจากสันติสุข
ถึงมีหน้าที่ใหญ่หลวง ก็ทำการใดๆ ไม่ได้
ถึงมีทรัพย์มากเพียงใด ก็ไร้คุณค่า"

จาก โฮโจคิ ของคาโมะโนะโชเม,ค.ศ. 1212




บางทีการทำความเข้าใจ การนำ ของผู้นำประเทศคนนี้ของเรา ว่าเปรียบเสมือน กัปตันแห่งยานบิน "ทักษิณ" ที่มีคนไทยทั้งประเทศนั่งเป็นผู้โดยสารอยู่เต็มลำ น่าจะทำให้พวกเรา เข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น...ดังต่อไปนี้


การออกแบบยานบินต้องเข้าใจ การทำงานของกฎแรงโน้มถ่วงกับกฎแอร์โรว์ไดนามิกส์ ทุกคนที่ยืนอยู่บนผิวโลก ไม่มีใครฝืนกฎของแรงโน้มถ่วงที่บอกว่า วัตถุที่ไม่มีสิ่งใดรองรับจะตกลงสู่ศูนย์กลางของโลก เรายังยืนอยู่บนโลกนี้ได้เพราะพื้นผิวที่เรายืนอยู่เป็นสิ่งที่รองรับเราเอาไว้


ขณะที่ กฎแอร์โรว์ไดนามิกส์ก็ไม่ได้สอนวิธีการฝืนกฎของแรงโน้มถ่วงแต่อย่างใด กฎแอร์โรไดนามิกส์เพียงบอกวิธีที่จะใช้อากาศมาเป็นสิ่งรองรับเท่านั้น คนที่นั่งอยู่ในยานบินไม่ว่าลำไหนก็ตาม ไม่ว่าจะแอบอ้างด้วยวิธีทางการตลาด หรือการโฆษณาชวนเชื่ออย่างไรก็ตาม ก็ล้วนต้องอยู่ภายใต้กฎของแรงโน้มถ่วงเช่นเดียวกับผู้คนที่นั่งอยู่บนพื้นโลกทั้งสิ้น


สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเพียงสิ่งเดียวก็คือ ผู้คนที่กำลังนั่งอยู่บนยานบิน จะสามารถเพลิดเพลินกับ เสรีภาพในห้วงหาว ได้ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งเป็นเสรีภาพที่คนบนภาคพื้นดินไม่มี


จะเชื่อหรือไม่ หากผู้เขียนจะบอกว่า ผู้นำคนนี้ของเราประดิษฐ์ "ยานบินทักษิณ" ขึ้นมาด้วย อัตวิสัย ของเขา แล้วก็เรียกพวกเราทั้งหมดให้ขึ้นนั่งบนยานของเขา แล้วทดลองบินออกมาทันทีจากหน้าผาอันสูงลิ่วโดยเล็งผลเลิศ ทั้งๆ ที่ ผู้นำคนนี้และพรรคพวกของเขาที่ร่วมกันสร้างยานลำนี้ ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเข้าใจกฎแอร์โรไดนามิกส์ และไม่ได้เริ่มต้นด้วยทฤษฎีที่ได้มาจากการศึกษาวิจัย และผ่านการทดลองที่มีการวางแผนอย่างรอบคอบ แต่มาจากการคิดเองเออเอง คิดเร็วทำเร็วของผู้นำคนนี้แทบทั้งสิ้น


ขณะที่ การบินออกจากหน้าผาเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ทุกอย่างดูเหมือนบินไปได้สวย บินไปได้ด้วยดี ทั้งตัวกัปตัน และผู้โดยสารต่างรู้สึกอัศจรรย์ใจ ปลื้มปีติ ทั้งหมดได้สัมผัสถึงอิสรภาพเมื่ออยู่กลางหาว ผู้โดยสารทั้งหมดล้วนแซ่ซ้องสรรเสริญกัปตันของเขาไม่ขาดปากว่าเป็นอัจฉริยะ ที่ยากจะหาใครเปรียบ จนตัวกัปตันเองก็เชื่อเป็นจริงเป็นจังไปตามคำเยินยอนั้น


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กัปตันคนนี้ไม่รู้ก็คือ ยานบินของเขาถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่ถูกต้องตามหลักแอร์โรไดนามิกส์ จริงๆ แล้ว "ยานทักษิณ" ของเขามันไม่สามารถบินไปได้ เพราะมันไม่เป็นไปตามกฎที่จะทำให้การบินมีความเป็นไปได้


แต่ ในตอนนั้น เขาจะหัวเราะเยาะทันที ถ้ามี "ขาประจำ" คนไหนมาบอกเขาอย่างนี้ มาแย้งเขาอย่างนี้ เขาจะบอกว่า เขาไม่เคยได้ยินกฎที่ว่านี้มาก่อน หรือไม่ก็อ้างว่า เขาใช้ คนละตำรา ในการสร้างยานบินนี้ มิหนำซ้ำเขาจะชี้ให้ดูที่นอกหน้าต่างยานบิน พร้อมกับบอกว่า "ดูสิ เห็นมั้ย มันบินได้ยังกับนกเลย"


แต่ไม่ว่ากัปตันคนนี้จะคิดยังไง ความจริงก็คือ เขาและยานทักษิณของเขา รวมทั้งผู้โดยสารทั้งหมดของเขาไม่ได้บินอยู่หรอก พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นวัตถุที่ปราศจากสิ่งรองรับที่กำลังดิ่งเหวตกลงสู่ศูนย์กลางของโลก พวกเขามิได้กำลังบินอย่างอิสระ แต่กำลังตกอย่างอิสระต่างหาก คงเป็นโชคร้ายของผู้โดยสารทั้งหมด ที่กัปตันของพวกเราเลือกออกบินจากหน้าผาที่สูงลิ่ว อีกทั้ง นานด้วยเวลา และระยะทางกว่าที่พวกเขาทั้งหมดจะตื่นจากความเพ้อฝัน
พวกเขาทั้งหมดกำลังลอยลิ่วตกลงมาอย่างอิสระ พวกเขาเกือบทั้งหมดรู้สึกอัศจรรย์ใจ และปลาบปลื้มในความสำเร็จของยานทักษิณลำนี้ ทั้งๆ ที่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันเหมือนกับเรื่องตลกในหนังการ์ตูนที่ ตัวตลก กระโดดลงมาจากหน้าต่างชั้นที่ 49 ตามที่พนันเอาไว้ แม้ขณะที่ตัวตลกตกผ่านชั้นที่ 30 เขาก็ยังพูดกับตัวเองว่า


"ทุกอย่างกำลังไปได้สวย"


ผู้โดยสารทั้งหมดใน "ยานทักษิณ" จึงกลายเป็นตัวตลกเต็มยาน โดยมีกัปตันของยานลำนี้เป็น "หัวหน้าคณะตัวตลก" โดยที่เรื่องตลกเรื่องนี้จะกลายเป็นที่เล่าขานอย่างขบขันในบรรดานักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจแห่งอนาคตไปอีกนานแสนนาน เหมือนกับตำนานเรื่องตลกแห่งการคลั่งไคล้ดอกทิวลิปแบบฟองสบู่ในฮอลันดาเมื่อศตวรรษที่ 17


แต่กัปตันผู้ควบคุมยานบินทักษิณลำนี้อย่างเบ็ดเสร็จ มิได้เห็นเช่นนั้น มิได้รู้สึกเช่นนั้น แม้ในขณะที่ตัวเขาและยานของเขากำลังลอยลิ่วตกลงมาอย่างอิสระก็ตาม เพราะตัวเขามัวแต่ตื่นเต้นยินดีในสิ่งที่ตัวเขาหลงผิดคิดว่าเป็น "การบิน" จากความสูงลิบลิ่วนั้น เขาสามารถมองไปรอบๆ เห็นได้ไกลสุดลูกหูลูกตา แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาเห็นและสร้างความฉงนสนเท่ห์ให้แก่เขา นั่นคือ ที่ก้นหุบเขาก็มียานบินแบบของเขาเป็นจุดๆ ประปราย ไม่ได้ตกลงไปพัง เพียงแต่ถูกจอดไว้เฉยๆ บนพื้นดิน ยานบินเหล่านี้ล้วนมีชื่อว่า "ยาน พอเพียง"


"ทำไมนะ?" กัปตันผู้นี้สงสัยอยู่ในใจ


"ทำไมยานพวกนี้ถึงไม่ลอยอยู่ในอวกาศเหมือนกับยานของเรา ทำไมยานเหล่านี้จึงจอดนิ่งอยู่บนพื้นดิน?"


"คนพวกนี้ช่าง โง่เขลา เสียจริงๆ ที่จอดยานเหล่านี้ไว้เฉยๆ ทั้งๆ ที่พวกเขาน่าจะเพลิดเพลินกับเสรีภาพกลางห้วงหาวได้"


พฤติกรรมประหลาดของพวก "พอเพียง" มิได้ทำให้กัปตันคนนี้เฉลียวใจหรือฉุกใจคิดได้เลย อย่างไรก็ตาม การมองลงมายังหุบเขาเบื้องล่างได้นำสิ่งอื่นมาอยู่ในความสนใจของเขาด้วย


กล่าวคือ ดูเหมือนว่าตอนนี้ยานของเขาไม่ได้อยู่ที่ระดับความสูงเดิม ความจริงแล้วดูเหมือนกับว่าโลกจะเลื่อนสูงขึ้นมาหาเขา แต่เขาก็ไม่วิตกกังวลอะไรมากนัก เพราะถึงยังไง การบินของเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดมาจนถึงบัดนี้ เขาจึงเชื่ออย่างไม่ลืมหูลืมตาว่า มันไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้มันไม่ประสบความสำเร็จต่อไป


ขอเพียงเขาต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น และขอเพียงผู้โดยสารทุกคนมีความเชื่อมั่นในการบังคับยานบินของเขาเท่านั้น!


"ทุกอย่างยังไปได้สวยงาม" เขานึกขำและยิ้มเยาะพวก "ขาประจำ" ที่พยากรณ์ว่า การบินของเขาด้วยยานลำนี้จะจบลงด้วยหายนะ เพราะตอนนี้เขายังอยู่ และยังบินได้อยู่


แต่แล้วเขาก็มองลงมาเบื้องล่างอีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นและผู้โดยสารทั้งหมดก็เห็น ล้วนทำให้ทุกคนเริ่มไม่สบายใจ


กฎของแรงโน้มถ่วงตามพวกเขามาทันแล้ว พื้นดินพุ่งขึ้นมาหาพวกเขาอย่างน่าตื่นตระหนก


เขาเริ่มวิตกกังวล แต่ยังไม่สิ้นหวัง เขาเฝ้าพร่ำบอกกับตัวเองว่า "ยานของเรา พาเรามาได้ไกลขนาดนี้อย่างปลอดภัย เราก็เพียงแต่ต้องไปต่อเท่านั้น"


แต่มันก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไรขึ้นมาเลย เพราะยานของเขามันไม่สอดคล้องกับกฎแอร์โรไดนามิกส์มาแต่แรกแล้ว ถึงยังไงยานของเขาก็บินไม่สำเร็จ การพังพินาศของยานลำนี้ เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น ตัวเขาเองก็เช่นกัน ยกเว้นตัวเขาจะสละยานดีดหนีเอาตัวรอดออกไปก่อนเท่านั้น


(หมายเหตุ ข้อเขียนชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก "อิชมาเอล" ของแดเนียล ควินน์, สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2547)







 

Powered by MakeWebEasy.com